ความคิดสร้างสรรค์คืออะไร ?
ความคิดสร้างสรรค์มักแสดงถึงมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ของลูกเอง มันเป็นการสร้างสรรค์
งานศิลปะทุกชิ้น เป็นงาน “สร้างสรรค์” ไม่ใช่งาน “ลอก”


ลองเปลี่ยนมุมมองดูสิ

บ่ายวันนี้พ่อเรียงภาพวาดจำนวนมากไว้บนพื้น ภาพวาดทั้งหมด เป็นผลงานเกี่ยวกับเทศกาลตวนอู่ (เทศกาลไหว้ขนมจ่าง) ที่นักเรียนระดับมัธยมละแวกนี้ส่งเข้าประกวดใน “โครงการเชื่อมสัมพันธ์ชาวจีนในเขต GreatNeck”
“นับถือเด็กฝรั่งพวกนี้จริง ๆ ต้องการวาดรูปเข้าประกวด คงค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาลตวนอู่ของชาวจีนมาแล้วไม่น้อย” คุณตายืนอยู่ข้าง ๆ พูดขึ้นมา “ไม่อย่างนั้นจะรู้ได้อย่างไรว่าเรือมังกรของชาวจีนหน้าตาเป็นอย่างไร”
แน่นอน ที่มีเด็กนักเรียนบางคนอาศัยจินตนาการเอาเอง คิดเอาว่า “เรือมังกร” ก็ต้องเป็นรูปทรงมังกร จึงวาดรูป “มังกรพ่นไฟ” ตามตำนานเทพเจ้าฝรั่งลงไปแทน
ผลงานบางชิ้น ดูปั๊บก็รู้ทันทีว่าเด็กชาวจีนเป็นคนวาด เพราะนอกจากจะวาดรูปเรือมังกรได้เหมือนจริงมากแล้ว ยังเขียนตัวอักษรจีนกำกับเอาไว้ข้าง ๆ ไม่น้อยด้วย
แต่พ่อไม่ได้เทคะแนนให้ใครเพราะรู้ว่าเป็นคนจีนหรอก เพราะการประกวดครั้งนี้จัดขึ้นอย่างเปิดกว้างสำหรับบุคคลทั่วไปทุกชนชาติ คะแนนจะให้ในด้านเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่ “ภูมิหลังของเชื้อชาติ”
และพ่อไม่ได้มองที่ใครลงสีฉูดฉาด ใครใช้สีน้ำบางจาง หรือใครใช้เพียงดินสอคาร์บอนธรรมดา เพราะถ้าหากวาดได้ดี แม้จะเป็น “ขาวดำ” ก็อาจเหนือกว่า “ภาพสี” ได้

********

เพราะฉะนั้น หน้าที่กรรมการตัดสินในครั้งนี้จึงยากจริง ๆ พ่อต้องลุกขึ้น นั่งลง เดินไป เดินมา ถึงแม้จะเลือกผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นมาสองสามแผ่น แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าใครควรได้ที่หนึ่ง


ทั้งแม่ของลูก คุณยายและลูกเองก็วิ่งเข้ามาหา ทุกคนต่างแสดงความเห็นของตัวเอง โดยเฉพาะลูกจะชื่นชมภาพสีน้ำของนักเรียนมัธยมชาวจีนคนหนึ่งมาก บอกว่าภาพนั้นเหมือนการแข่งขันเรือมังกรมากที่สุด สมควรได้ที่หนึ่ง
“ถ้าลูกเข้าประกวดด้วย ลูกก็จะวาดอย่างนี้ ใช่ไหม ?” พ่อถาม “ลูกจะวาดให้ภาพของลูก บริเวณริมตลิ่งมีคนดูมากมาย แล้วก็วาดน้ำ บนผิวน้ำก็วาดรูปเรือมังกรหลาย ๆ ลำ ถูกไหม ?”
ลูกพยักหน้า


แต่พ่อไม่ได้ตัดสินให้ภาพนั้นได้ที่หนึ่ง
พอลูกรู้การตัดสินใจของพ่อ ถึงกับถามเสียงดังว่า “เพราะอะไร”
คุณยายก็ยังบอกว่าภาพนั้นควรได้ที่หนึ่ง
พ่อยิ้ม ๆ “พวกลูกพูดถูก พ่อตัดสินแบบนี้ ถ้าเป็นคนนอกวงการ โดยเฉพาะเพื่อน ๆ ชาวจีนด้วยกันเห็นเข้า ต้องรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง แต่ถ้ามองในสายตาของคนในวงการ ก็จะรู้เหตุผลทันที”
พ่อบอกกับลูกว่า “ต่อให้ลูกเข้าประกวด วาดได้สวยเท่ากับภาพที่ลูกชอบภาพนั้น พ่อก็ไม่ให้ลูกได้ที่หนึ่ง”
“เพราะอะไร”
“เพราะความคิดสร้างสรรค์ไม่พอ”

********

ความคิดสร้างสรรค์คืออะไร ?
ความคิดสร้างสรรค์มักแสดงถึงมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ของลูกเอง มันเป็นการสร้างสรรค์
งานศิลปะทุกชิ้น เป็นงาน “สร้างสรรค์” ไม่ใช่งาน “ลอก”
ดังนั้น พ่อจึงเลือกภาพที่ดูประหลาด ๆ แผ่นนั้นแทน
ภาพที่เขาวาดเป็นภาพหัวมังกรใหญ่ ๆ ตามด้วยลำเรือแคบ ๆ แล้วก็คนพายเรือสองคน ด้านหลังเป็นภาพหางเรือโค้ง ๆ
ต่อจากนั้นเป็นฟองคลื่นสีขาวใกล้ ๆ เรือมังกรลำอื่นที่จอดอยู่ข้าง ๆ และที่ไกลออกไปเป็นเส้นขอบฟ้าที่เชื่อมสายน้ำกับท้องฟ้าไว้เป็นเส้นเดียวกัน
พูดตามตรง พ่อรู้สึกประหลาดใจที่เขาสามารถละทิ้งมุมที่คนทั่วไปมักมองการแข่งเรือมังกร ก็คือมุมด้านข้าง โดยกล้าเปลี่ยนมาใช้มุมมองในมุมหน้าตรงแทน
เนื่องด้วยเขาใช้มุมที่พิเศษ บวกกับมีเทคนิคฝีมือที่ประณีต จัดวางโครงสร้างสวยงาม ลงสีที่เหมาะสม พ่อก็ต้องให้คะแนนเขาสูงกว่าคนอื่นโดยไม่ต้องสงสัย

 



********

ลูกเอ๋ย จงรู้ไว้ว่า การแสดงออกทางศิลปะนั้น เทคนิคเป็นเรื่องที่เรียนได้ง่ายที่สุด ส่วนที่ยากจริง ๆ นั้นคือมุมมอง
มุมมองก็เหมือนกับการวาดภาพจากโจทก์ “การแข่งขันเรือมังกร” ลูกสามารถคิดว่าตัวเองเป็นผู้ชม ภาพนั้นเป็นมุมมองจากริมตลิ่ง กำลังชมการแข่งขัน หรือลูกอาจคิดว่าตัวเองนั่งอยู่ในเรือมังกร วาดรายละเอียดภายในลำเรือ หรือลูกอาจคิดว่าตัวเองเป็นนกที่บินอยู่บนท้องฟ้า มองลงมาเห็นเรือทรงยาวเหล่านั้น กำลังแหวกว่ายอยู่บนผิวน้ำเหมือนกับฝูงปลา ค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปข้างหน้าโดยมีเกลียวคลื่นไล่หลัง ส่วนหัวกลม ๆ ที่อยู่รายรอบนั้น เป็น “ศีรษะของคนดู”

 



********

นอกจากการวาดภาพ เวลาที่ลูกเขียนเรียงความ ก็อาจทดลองใช้หลักการของ “มุมมอง” ที่ต่างกัน นำเข้าเนื้อเรื่องก็ได้
ยกตัวอย่างเช่นลูกจะเขียนเรื่องห้องเรียนของลูกไปทัศนศึกษาที่สวนพฤกษชาติ ลูกอาจจะเขียนตามลำดับความเป็นจริงว่า---

“วันนี้ ฉันไปโรงเรียนตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะฉันต้องไปสวนพฤกษชาติ เก้าโมงเช้าพวกเราทุกคนไปรวมตัวกันที่บริเวณหน้าโรงเรียน...”

หรือลูกอาจจะเขียนโดยเริ่มจากพืชพรรณ---

“ตั้งแต่เด็ก ฉันเป็นคนที่ชอบดอกไม้ โดยเฉพาะดอกบัว วันนี้ฉันตื่นเต้นมาก เพราะจู่ ๆ ฉันก็ได้เห็นดอกบัวจำนวนมาก...”

หรือลูกอาจจะเขียนแบบย้อนเวลา---

“ปกติพวกเราเลิกเรียนตั้งแต่บ่ายสามโมง แต่วันนี้กว่าจะกลับถึงบ้านก็ห้าโมงเย็นแล้ว ถึงแม้ว่าฉันทั้งเหนื่อย ทั้งหิว แต่ฉันมีความสุขมาก เพราะพวกเราทั้งห้องได้ไปทัศนศึกษากันที่สวนพฤกษชาติ ถือเป็นวันที่มีประโยชน์มากมายมหาศาล...”

หรือลูกอาจจะเริ่มต้นจากกลางทาง---

“โอ้โห! เมื่อเห็นทิวทุ่งเขียวขจี ประดับไปด้วยจุดสีชมพูรายรอบ ฉันอุทานขึ้นทันที! ดอกบัวในสวนพฤกษชาติสวยงามขนาดนี้เชียวหรือ ทำไมฉันไม่เคยรู้มาก่อน ?”

********

ลองคิดดู ตัวอย่างพวกนี้ก็คล้ายกับมุมมองเรื่องการแข่งเรือมังกรมิใช่หรือ ว่าลูกจะเลือกมองจากริมฝั่ง มองจากกลางน้ำ หรือมองจากบนท้องฟ้า ?
ศิลปะนั้นมีชีวิต มีความเป็นอิสระเต็มที่ แล้วแต่ลูกจะจินตนาการ สร้างสรรค์มัน ดังนั้น เมื่อเทคนิคการเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมาของลูกเข้าขั้นพอแล้ว ก็ลองสาธยาย แสดงออกใหม่ด้วยมุมมองต่าง ๆ กันดูบ้าง
กลับมามองภาพวาดประกวดพวกนี้ใหม่อีกรอบสิ !
ลูกรู้สึกประหลาดใจเหมือนกันแล้วใช่ไหม ว่านักเรียนที่ได้ที่หนึ่ง ทำไมช่างมีมุมที่มองเรือมังกรพิเศษไปกว่าคนอื่น ๆ เหลือเกิน

ลูกเริ่มรู้สึกนับถือเขาแล้วใช่ไหม

เขาประสบความสำเร็จแล้ว ถูกต้องไหม

 

(ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต ไม่ได้นำมาจากในหนังสือ)

 



 

มังกรสอนลูกสาว

ชื่อ มังกรสอนลูกสาว

โดย ผู้แต่ง หลิวยง

ผู้แปล อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี

สำนักพิมพ์ สนพ.สยามอินเตอร์บุ๊คส์

แนว สาระจากชีวิต

น้ำหนัก/หน่วย 220 กรัม

ราคา 170 บาท

 

เรื่องย่อ

เป็นหนังสือที่ว่าด้วยปัชญาการเลี้ยงดูและสั่งสอน อบรมลูกสาวตามสไตล์แบบจีน ซึ่ง

สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับยุคปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ โดยเนื้อหาจะแบ่งย่อยเป็นหลาย

บท เน้นที่ด้านจิตวิทยา และมีตัวอย่างข้อคิดที่คมคาย เป็นส่วนประกอบ อาทิ เมื่อลูกต้อง

เจออันธพาลต้องทำอย่างไร , ลูกรู้จักความรักไหม ? และใครจะเป็นที่หนึ่งเสมอไป ฯลฯ

 

สารบัญ

ผมก็เป็นพ่อที่อ่อนโยน
เมื่อลูกต้องเจออันธพาล
ลูกจ๋า อย่าร้องไห้
ลองเปลี่ยนมุมมองดูสิ
เมื่อเราตกที่นั่งลำบาก
ราศีของใครเหมาะสมกันที่สุด
ปากหวานไม่หวาน ?
ขบวนการกำราบสิว
ล้มลงตรงไหน ลุกขึ้นตรงนั้น
จะหันกลับไปทำไม
ถามตัวลูกเอง
เจ็บไข้ได้ป่วย เหมือนฝนในฤดูใบไม้ผลิ
ตาแก่อัปลักษณ์
ลองดูอีกสักครั้ง ก็จะสำเร็จ
ลูกรู้จักความรักไหม ?
คุณหนูคุณหนู อย่าโมโห
ถึงแม้ว่าลูกชอบ แต่ลูกห้ามทำ
ใครจะได้ที่หนึ่งเสมอไป
ไม่ไปโรงเรียน ดีจริง ๆ
ความรักที่เป็นฝ่ายให้
หลังสิ้นเสียงปืนในรั้วโรงเรียน
ทำไมเขาไม่หย่า ?
เมื่อเขามีสีหน้าไม่ดี
หนังสือของลูก มีวิญญาณไหม
กระต่ายป่ากลับบ้านแล้ว
เมื่อพระผู้เป็นเจ้าทรงลืม
ความรักไม่มีวันแก่ชรา

 

ปล.

กำลังนึกมุขเรื่องแจกหนังสืออยู่นะคร้าบบ
โปรดติดตาม

 

edit

จากคอมเมนต์ที่แย้งเรื่องหน้าปกหนังสือ

ผมจึงนำหน้าปกต้นฉบับ (ภาษาจีน) มาให้เปรียบเทียบด้วยครับ 

(หน้าปกเล่มเดิม)

小姐小姐別生氣

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

"งานศิลปะทุกชิ้น เป็นงานสร้างสรรค์ ไม่ใช่เป็นงานลอก"ชอบคำนี้จังHot!

#1 By berserkrabbit on 2008-06-12 08:10

เป็นเรื่องที่เราไม่เคยคิดถึงมาก่อนเลยนะคะเนี่ย
(อืมๆ ดีจังเลยน๊า~ ชักอยากไปหามาอ่าน)

Hot!

#2 By Aijou~ on 2008-06-12 08:11

กำลังอยู่ในระหว่างการติดตามHot! Hot!

#3 By देवता on 2008-06-12 08:15

big smile big smile สิ่งเดียวกัน ขึ้นกับมุมที่มอง และทัศนคติHot! Hot!

#4 By (^_^)/nana on 2008-06-12 09:18

มันก็อยู่ที่คนจะมองด้วยแหละน๊า..
เด็กๆเราวาดรูปที่ไรต้องโดนดุทุกทีเลยค่ะ
โดนว่าว่าชีวิตจะอยู่แต่กับความเพ้อฝันกับในจินตนาการรึไง
-_-

#5 By ☆[แป้ง].Haมmy*☆ on 2008-06-12 10:50

ลืมไป

ปกหนังสือมีความหมายดีจังค่ะ ช๊อบชอบ confused smile
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#6 By ☆[แป้ง].Haมmy*☆ on 2008-06-12 10:51

big smile big smile สิ่งเดียวกัน แต่มองไม่เหมือนกัน

#7 By ป้าหมู on 2008-06-12 11:54

ชอบเรื่องนี้จังเลย
ทำให้คิดว่าบางครั้งคนเราก็มองอะไรอยู่แค่มุมเดียวเนอะ
ป้าเคยดูรายการทีวีแชมเปี้ยนตอนหนึ่งที่เกี่ยวกับ
การแข่งขันจัด window display
คนที่ชนะ จัดในหัวข้อต้นคริสต์มาส
เค้าจัดโดยโชว์ส่วนที่เป็นรากของต้นคริสต์มาส
แล้วก็เป็นครอบครัวคุณตัวตุ่นที่กำลังฉลองเทศกาลกันอยู่
น่ารักมากๆเลย
ป้าประทับมากๆเลย

ปล.ป้าได้มาแล้วแหละหัวใจกบฎ
เดี๋ยวว่างแล้วจะได้อ่านล่ะ

#8 By CanineGirl on 2008-06-12 15:14

โอ้ว จอร์ซซ
บรรยายไม่ถูกเลยแฮะ
แต่ชอบมากเลย cry
อยากได้หนังสือเล่มนี้จัง
ต้องซื้อซะแล้ว!

#9 By blurberry on 2008-06-12 18:02

"เทคนิคเป็นเรื่องที่เรียนได้ง่ายที่สุด ส่วนที่ยากจริง ๆ นั้นคือมุมมอง"

ชอบประโยคนี้ที่สุดคับ
และชอบตรงที่เปรียบเทียบกับเรียงความด้วย

อ่านแล้วรู้สึกตาสว่างขึ้นมาเลย
รู้สึกอยากวาดรูปขึ้นมา+นึกถึงงานที่จะส่งประกวดด้วย

ขอบคุณที่แนะนำหนังสือดีๆนะคับ
จะหาซื้อดู^^

#10 By Choudate on 2008-06-12 19:33

ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ

#11 By on 2008-06-12 21:00

Hot!
เย้ กลับมาอีกครั้งกับหลิวยง
ไม่เชิงว่าชอบมากกว่า แต่งานเขาคมดีอ่ะ
งานโหวเหวินหย่งจะแอบเฮฮา (หรือเอามาลงแต่อันฮาๆ) ไว้อ่านอารมณ์เนือยๆ
วันนี้อารมณ์ดีมาก มานั่งอ่านอะไรยากๆได้ ฮะๆ

ชอบพยายามสร้างสรรค์อะไรที่มันต่างจากชาวบ้านอยู่หรอก
(ถึงจะทำไม่ค่อยขึ้น ฮะๆ)
ดูตัวอย่าง M.u เหอๆ ยังงงตัวเองอยู่ว่า วาดออกมาได้ไงวะลายเส้นพันนั้น
น่าสนใจครับ เดี๋ยวไปหาอ่านดูนะHot!
ดีมาก มาย ค่ะ

อ่านแล้ว เข้าใจคำว่ามุมมอง

แบบถ่องแท้ เลย

question question question question

#14 By i-pompuy on 2008-06-13 14:58

อืมมม ดีจังค่ะbig smile

#15 By (^_^ ) (^_^) on 2008-06-13 18:36

เคยอ่าน "สอนลูกเป็นมังกร" กับ "คำสอนเป็นมังกร" ไม่รู้ผู้แต่งคนเดียวกันหรือเปล่า แต่ก็ชอบทั้งสองเล่ม เล่มนี้ก็ดูน่าสนใจเช่นกัน สงสัยต้องไปหามาอ่านเสียแล้ว

big smile

#16 By แรงใจไฟฝัน on 2008-06-13 22:41

ให้ความอบอุ่นในหัวใจดีจังค่ะ big smile

#17 By ongki on 2008-06-14 01:37

ผมไม่ชอบหน้าปกอย่างนึง การจับมือเด็กเขียนหนังสือ ถึงแม้จะสื่อถึงการสอน(ลูก) แต่ในจากงานวิจัยแล้ว ถือว่าเป็นการสอนที่ผิด

เพราะนอกจากจะไม่ชอบให้เด็กเขียนเองได้แล้ว ยังทำให้เด็กหมดความมั่นใจเมื่อต้องเขียนด้วยตัวเองด้วย

ทำให้ผมเริ่มไม่มั่นใจกับเนื้อหาข้างใน เพราะหน้าปกที่เป็นจุดแรกที่ใช้ดึงดูด ยังมีข้อน่าสงสัย

#18 By rocketbomb (123.2.246.182) on 2008-06-14 11:09

แล้วเป็นไปได้ไหมที่จะสื่อให้คนอื่นให้ผู้อื่นรู้สึกได้ โดยหลุดจากข้อจำกัดของคำว่า "มุมมอง" ที่เกิดจากการใช้ตาดู เพราะการเข้าถึงปัญญาที่แท้จริงย่อมต้องใช้ใจ มากกว่าตา

#19 By champ (124.120.186.122) on 2008-08-04 13:06

หลิวยงนี้ใบไผ่เขียวอะปะการเขียนคล้ายๆกัน
ก่อนนี้เขียนถึงลูกชาย

#20 By หยดแดง (202.12.73.18) on 2008-11-22 12:18