เพราะทำจึงสำเร็จ คำนิยม 1

ชื่อ : เพราะทำจึงสำเร็จ From messenger to manager
สำนักพิมพ์ : อมรินทร์ HOW TO
โดย : สแตนลีย์ เหยียน; อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี(แปล);
ประเภท : บริหาร/การจัดการ , วรรณกรรมแปล
ราคา : 179 บาท

ISBN : 9789741660889
ปก : ปกอ่อน
จำนวนหน้า : 221 หน้า
ขนาด : 185 x 140 x 14 mm
น้ำหนัก : 320 กรัม

"เพราะทำจึงสำเร็จ"



คำแนะนำหนังสือ :
คน จำนวนมากไขว่คว้าหาความสำเร็จมาตลอดชีวิต แต่มีคนเพียงไม่กี่คนที่พูดได้ว่าตนเองประสบความสำเร็จจริงๆ และคนเหล่านี้ก็มักจะไม่หวงหากมีใครถามถึงเคล็ดลับ เพราะสิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่ "ทำอย่างไร" แต่คือการปรับทัศนคติ วิธีคิดให้เหมาะสม เพื่อที่ว่าในสถานการณ์ต่างๆ กัน เราจะรับมือกับปัญหาหรือสิ่งท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้ และไม่ย่อท้อ เชื่อเถอะว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้กับทุกคน ในทุกๆ ระดับชั้น และทุกๆ มุมเล็กๆ ของสังคม


คำนิยม

จิตใจที่ใฝ่หาความสมบูรณ์แบบ

---บทเรียน EQ สำหรับบุคคลากรระดับผู้นำ


ป๋อหยาง
นักคิดนักเขียนที่มีอิทธิพลต่อชาวจีนทั่วโลก


โบราณ บอกว่า “อยู่บ้านพันวันแสนสุข เดินทางหนึ่งวันทุกข์เข็ญ” เมื่อปีที่แล้ว ลูกสาวของผมเดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่มาเยี่ยมญาติที่ไต้หวัน ต้องผจญกับความลำบากลำบนและความไม่สะดวกตลอดเส้นทาง เมื่อผมพบพูดปลอบขวัญเธอ เธอก็พูดว่าว่า “ออกเดินทางมันก็ต้องลำบาก” แต่ผมพูดตอบไปว่า “ออกเดินทางมันก็ต้องหาความสุขสิ” ลูกสาวของผมนิ่งอึ้งไปสักพัก คงจะตกตะลึ้งไปกับแนวคิดที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของลูกสาว ทำให้ผมจึงนึกถึงครึ่งค่อนชีวิตของผม ตัวเอง ที่ต้องร่อนเร่พเนจร ระหกระเหินเดินทาง เหตุที่สำหรับคนจีนแล้ว คนจีนเห็นว่าการเดินทางเป็นเรื่องน่าหวาดกลัว ก็เพราะบนเส้นทางนั้นน่ากลัวจริงๆ

แต่เราไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลย ว่าระหว่างการเดินทางของนักเดินทางคนหนึ่ง จะได้พบกับเรื่องที่น่าประหลาดใจดังต่อไปนี้

อย่าง เช่น เมื่อคุณกับผมต้องไปไทเปเพื่อเจรจาเรื่องติดต่อโครงการก่อสร้างอาคารขนาด ใหญ่แห่งหนึ่งในไทเป เมื่อลงจากเครื่องบินและผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว เข็นรถเข็นสัมภาระก้าวออกมาถึงห้องโถงใหญ่ของสนามบิน พ่อหนุ่มที่มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสคนหนึ่งก็เดินเข้ามาต้อนรับ

“คุณคือคุณจางซันใช่ไหมครับ ส่วนคุณคือคุณหลี่ซื่อใช่ไหมครับ ผมเป็นพนักงานต้อนรับของโรงแรมนี้นี้นี้ กรุณาตามผมมาเลยครับ”

เฉพาะแค่นี้ก็สร้างความประหลาดใจให้กับเราอย่างยิ่งแล้ว อดคิดไม่ได้ว่า

“เขาจำพวกเราในสนามบินได้ โดยใช้เวลาเพียงวินาทีเดียวเช่นนี้ได้อย่างไรกัน”

จากนั้นเมื่อนั่งอยู่บนรถเก๋งคันโต พนักงานต้อนรับก็อธิบายระหว่างทางว่า

“ยินดี ต้อนรับทั้งสองท่านมาสู่ไทเปนะครับ จากที่นี่เดินทางไปถึงไทเปใช้เวลาประมาณสี่สิบนาที จากโรงแรมของเราไปถึงบริษัทที่ท่านมาพบ ใช้เวลาเดินทางยี่สิบนาที” รอจนกระทั่งรถของเราจอดสนิทอยู่ที่หน้าประตูโรงแรม ก็มีพนักงานต้อนรับอีกคนหนึ่งยืนคอยอยู่แล้ว เขาเปิดประตูรถ พร้อมกับทักทายชื่อของเราสองคนอย่างถูกต้อง

“คุณจางซัน ยินดีต้อนรับครับ!” แล้วก็ทักทายคนข้างหลังต่อไปว่า

“คุณหลี่ซื่อ ยินดีต้อนรับครับ!” แล้วก็ขนสัมภาระลง เดินเรื่องลงทะเบียนเข้าพักให้คุณอย่างมืออาชีพ

แต่แล้วความประหลาดใจหนที่สอง ก็เกิดขึ้นหลังจากที่พวกเราก้าวเข้าไปในห้องโถงของโรงแรม

เรา เพิ่งเห็นว่า โรงแรมหลังนี้ไม่มีเคาน์เตอร์เช็คอิน ไม่มีแถวยาวเหยียดรอเช็คอินของผู้เข้าพัก มีแต่โต๊ะกาแฟหนึ่งตัว ผู้อำนวยการฝ่ายห้องพักเชิญพวกเรานั่งลง ตารางการลงทะเบียนห้องพักก็กรอกเตรียมไว้ให้เราเรียบร้อยแล้ว ขอเพียงแค่อ่านผ่านตาสักครั้งแล้วเซ็นชื่อก็พอ ทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ผู้อำนวยการฝ่ายห้องพักพาพวกเราไปที่ห้องด้วยตัวเอง

บนโต๊ะในห้องพัก ก็พบว่ามีนามบัตรที่พิมพ์ชื่อและตำแหน่งของผม ตั้งเอาไว้อย่างเรียบร้อยคู่กับกระดาษเขียนจดหมายและซองจดหมายที่พิมพ์ชื่อ ของผมเอาไว้แล้วเช่นกัน และที่ผมต้องประหลาดใจเข้าไปอีก คือโต๊ะเขียนแบบที่มีโคมไฟสำเร็จตัวหนึ่ง ถูกนำมาวางไว้ที่มุมห้องแล้ว

เพราะ ผมเป็นสถาปนิก เมื่อหลายปีก่อนขณะเข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้ เคยขอให้พนักงานบริการคนหนึ่งช่วยหาโต๊ะเขียนแบบลักษณะนี้มาให้ นอกจากนี้ผมยังพบแผนที่เมืองไทเปอีกชุดหนึ่ง ที่ทำเครื่องหมายสถานที่ประชุมของเราเอาไว้เรียบร้อย...

ประสบการณ์ แปลกประหลาดทั้งหมดนี้ ในอดีตควรจะได้พบได้เจอเฉพาะในหนังสือนิยายคลาสสิคมากกว่า ถือเป็นความใฝ่ฝันที่ไม่เคยเป็นจริงอย่างหนึ่งของชาวจีน แต่ว่า ฝันที่แสนสวยงามนี้ บัดนี้ได้เกิดขึ้นได้จริง ภายใต้แกนนำของนักบริหารชาวจีนคนหนึ่ง

นับตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1970 โรงแรมท่องเที่ยวสมัยใหม่ของไต้หวันผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด โรงแรมใหม่แต่ละแห่ง เมื่อตอนเริ่มต้น ต่างมีรูปแบบ ตัวตนที่แปลกใหม่ แต่ผ่านไปปีสองปี โรงแรมเหล่านั้นก็เงียบเหงาลง เปลี่ยนเป็นโรงแรมหลังใหม่เกิดขึ้นแทน ชูรูปแบบ ตัวตนที่แปลกใหม่ขึ้นมาอีก หลังจากนั้นไม่นาน ก็ดับมอดไปอีก ขึ้นๆ ลงๆ อยู่อย่างนี้ ชวนให้สงสัยว่า ไต้หวันเป็นเมืองที่มุ่งหาแต่อุปกรณ์ทันสมัย แต่กลับไม่สามารถรักษาอารยธรรมมนุษย์ที่ทันสมัยเอาไว้ได้ ต่างประเทศเขามีโรงแรมอายุมากกว่าร้อยปี ณ ที่นี้ไม่ได้หมายความเพียงแค่สิ่งปลูกสร้างที่มีอายุมากกว่าร้อยปีเท่านั้น แต่หมายถึงอารยธรรมมนุษย์ที่สั่งสมเอาไว้กว่าร้อยปีด้วย

ยกตัวอย่าง ง่ายๆ เรื่องหนึ่งคือ นักเดินทางที่เคยเข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้เมื่อสิบปีก่อน เมื่อกลับมาพักอีกครั้งในอีกสิบปีต่อมา เขาจะพบว่าโรงแรมแห่งนี้ยังจำชื่อและความชื่นชอบพิเศษของเขาได้ บริกรที่ช่วยเขายกกระเป๋าเมื่อสิบปีก่อน (อาจเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกแล้ว) ยังจำบรรยากาศเมื่อตอนเขามาพักเมื่อสิบปีก่อนได้ และบัดนี้ก็มาช่วยเขายกกระเป๋าอีกครั้ง ยินดีต้อนรับเขากลับมา ทำให้เขารู้สึกว่า ที่นี่คือบ้าน รู้สึกถึงความอบอุ่นเมื่อกลับถึงบ้าน ในไต้หวันยังไม่มีวัฒนธรรมลักษณะนี้

สิ่งที่ผมสะเทือนใจที่สุดคือ นี่ไม่ได้เป็นปัญหาของธุรกิจการท่องเที่ยวแต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาของวัฒนธรรมองค์รวม ชาวจีนเป็นชนเผ่าที่ชาญฉลาดมาก ความฝันที่เป็นจริงดังที่กล่าวไว้เมื่อครู่ ชาวจีนสามารถเรียนรู้อย่างช่ำชองเชี่ยวชาญได้ในระยะเวลาเพียงหนึ่งหรือสอง เดือน แต่ความติดขัดทางด้านวัฒนธรรม กลับทำให้ความฝันของเราไม่สามารถคงทนถาวร

ชาวจีนมีความคิดที่แย่มาก อย่างหนึ่ง นั่นคือคิดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง แต่ว่า การต้อนรับที่อบอุ่น ละเอียดถี่ถ้วน เอาใจใส่ประดุจเครือญาติเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ซื้อหากันได้ด้วยเงินทองอย่างแน่นอน มันเป็นศิลปะชั้นสูงที่ต้องผ่านการบ่มเพาะเป็นเวลานาน หากชาวจีนยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างความแปลกใหม่ โดยไม่มีการบ่มเพาะวัฒนธรรม ต่อให้เป็นความแปลกใหม่สะท้านวงการ ก็อยู่ได้ไม่นาน และด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะแนะนำหนังสือเล่มนี้ของคุณสแตนแสตนลีย์ เหยียน--From Messenger to Manager

คุณสแตนแสตนลีย์เคยเป็นผู้จัดการใหญ่ประจำสาขาไต้หวันของ บริษัทอเมริกันเอกซ์เพรส บัดนี้เป็นประธานผู้บริหารโรงแรมเดอะริทซ์แลนดิส เขาก็คือผู้สร้างและผู้พิทักษ์ ความฝันที่กล่าวเอาไว้ข้างต้น ให้เป็นความริง

From Messenger to Manager เล่มนี้ เขาได้อุทิศแนวคิดและหลักการปฏิบัติ ด้านการบริหารจัดการของเขา ให้กับสังคมอย่างไม่หวงแหน แนวคิดและหลักปฏิบัติเหล่านี้ ไม่จำกัดเพียงแค่ธุรกิจการโรงแรมเท่านั้น มันยังเป็นกรอบปฏิบัติให้กับทุกๆ สาขาวิชาชีพ นับตั้งแต่ให้ประธานาธิบดีนำไปบริหารประเทศ ผู้นำเหล่าทัพนำไปพัฒนากองทัพ จนกระทั่งบริษัทหรือร้านค้าขนาดเล็กที่มีพนักงานเพียงสามคน หรือแม้แต่คนที่ทำงานคนเดียว ก็นำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เหตุผลใจความสำคัญก็คือ เขามีพลังในการสร้างสรรค์และก้าวข้ามขีดจำกัด พร้อมกับซ้ำยังสามารถรักษามันเอาไว้ได้ด้วยจิตใจที่ใฝ่หาความสมบูรณ์แบบ สังคมชาวจีนนั้นสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมามากมาย แต่น้อยนักที่ใครจะสามารถรักษาปาฏิหาริย์นั้นเอาไว้ได้ให้ยั่งยืนได้ เหตุเพราะไม่มีจิตใจที่ใฝ่หาความสมบูรณ์แบบดวงนี้นี่เอง

ถัดมา ความต้องการที่คุณแสตนลีย์มีต่อผู้ร่วมงานนั้น เขามีแนวคิดที่สวนทางกับคนอื่น อย่างเช่นแนวคิดในการเลือกผู้ช่วยของเขา คนทั่วงไปมักจะหาคนที่นิสัยใจคอความคิดอ่านใกล้เคียงกับตน แต่เขากลับคิดว่าเพื่อนร่วมงานที่มีความคล้ายคลึงกันมากนั้น แอบซ่อนความอันตรายอันใหญ่หลวง เพราะหากเกิดความผิดพลาดขึ้น จะไม่มีใครคอยเตือนอยู่ข้างๆ แสตนลีย์ต้องการคนที่สามารถเกื้อหนุนและคอยเติมเต็มให้กันและกัน ไม่ใช่คนที่ว่านอนสอนง่าย ลักษณะเช่นนี้ ไม่ใช่เพียงแค่คนที่ใจกว้างแต่เพียงอย่างเดียวจะทำได้ แต่ต้องมีความกล้าหาญและบ้าบิ่นที่เพียงพอ ดังนั้น “การมองคน” คือหัวใจของหนังสือทั้งเล่ม และเป็นกุญแจสำคัญของระหว่างความสำเร็จและความล้มเหลวของผู้เป็นผู้นำ

สำหรับ ผู้เป็นผู้นำแล้ว คำว่า “ปรารถนาบุคลากรปานกระหายน้ำ” ยังเป็นคำเปรียบเปรยที่น้อยไป คนบางคนในการค้นหาผู้ช่วยคนสำคัญ บ้างอาศัยดวงดาวจักราศี บ้างอาศัยดูหมอดูดวง บ้างถามพระถามเจ้า บ้างก็เฟ้นหาจากกองจดหมายเรียนขนาดเท่าภูเขาเลากา จากประวัติศาสตร์ ผลของการค้นหาบุคลากรเช่นนี้ มักได้ผลลัพธ์ในทางตรงกันข้าม คือน่าเสียใจอย่างสุดซึ้ง! สาเหตุสำคัญประการหนึ่งก็คือ การมองคนเป็นศาสตร์และศิลป์ที่มีความยากสูงสุด! วิธีการที่ใช้มองคน ใช้เลือกคน ก็มักจะมีข้อบกพร่องร้ายแรง

วัฒนธรรมเรื่องเส้นสายพวก พ้องของชาวจีน มีระบบที่นิยมสูงสุดคือ “ระบบคนกันเอง” นี่คือสาเหตุหลักของความล้มเหลวของกิจการ เพราะคนกันเองจะทำให้เราสูญเสียจุดยืน ก่อให้เกิดความลักลั่นของความยุติธรรม บนพื้นฐานของการแข่งขันที่ขาดความยุติธรรมนั้น ไม่มีวันที่คนเราจะเกิดวิจารณญาณที่ถูกต้องแม่นยำ

แนวคิดเรื่องระบบ การประเมินพนักงานของแสตนลีย์คือ “การสอบประเมินไม่ใช่สัตว์ร้ายที่น่ากลัว!” เขาคิดว่า การสอบประเมินคือการทำความเข้าใจข้อเด่นและข้อด้อยของผู้ใต้บังคับบัญชา เขายังส่งเสริมการประเมินย้อนกลับ ก็คือให้ผู้ใต้บังคับบัญชาประเมินผู้บริหาร นี่ไม่ใช่การยุแยงตะแคงรั่ว แต่เป็นวิธีที่ดีที่สุด สำหรับให้ที่ผู้บริหารจะแสดงความห่วงใยและทำความเข้าใจต่อความคิดอ่านของ พนักงาน พร้อมกับเป็นช่องทางการสื่อสารที่สำคัญยิ่งอีกช่องทางหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเขาพบว่ามีพนักงานคนหนึ่งมาทำงานสายทุกวัน วิธีการของเขาไม่ใช่ดุด่าว่ากล่าว แต่สั่งให้หัวหน้าของเขา ทุกเช้าโทรศัพท์ไปปลุกเขาที่บ้านทุกเช้า ให้เขามาทำงานตรงต่อเวลา เมื่อเขาพบว่าผู้จัดการแผนกห้องพักแขก มีทักษะทางภาษาอังกฤษไม่เก่งดีพอ ก็ย้ายเขาไปอยู่แผนกห้องอาหารจีน กลายเป็นว่าทักษระภาษาอังกฤษของเขานั้นยอด เยี่ยมที่สุดในแผนก ทำให้ข้อด้อยของเขากลับกลายเป็นข้อเด่น

หนังสือของสแตนแสตนลีย์เล่ม นี้ ไม่ใช่คัมภีร์ แต่มันเป็นต้นแบบของคัมภีร์ ดังนั้น หนังสือเล่มนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็น “บทเรียน EQ สำหรับบุคลากรระดับผู้บริหาร”! คนเราไม่มีใครแก่เกินเรียน ผมยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้รับความรู้มากมายจากหนังสือเล่มนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน และเป็นสิ่งที่ผมยังขาดแคลน

บุคคล ที่สร้างฝันเป็นจริง ตามที่เกริ่นไว้ในตอนต้นของคำนิยมนี้ ก็คือคุณสแตนแสตนลีย์ เหยียน ประธานผู้บริหารโรงแรมเดอะริทซ์แลนดิสนี่เอง ผมรู้สึกว่า การบริหารจัดการของเขาไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพที่น่าทึ่ง และเข้าถึงจิตวิญญาณของการบริการเท่านั้น แต่ที่เหนือกว่านั้นคือ มันเข้าขั้นศิลปะชั้นสูงแล้ว

ผมเชื่อว่าหากต้องการยกระดับวัฒนธรรมของชาวจีน ต้องอาศัยความพยายามของคนอย่างสแตนแสตนลีย์ เหยียน อีกสักพันคน หมื่นคน จึงจะสำเร็จ!


พฤศจิการยน 1997 ณ ไทเป


ปล.
ตั้งใจจะนำคำนิยม 1-2 คำนำผู้เขียน มาทยอยลงให้อ่าน คิดว่าเหมือนรีวิวหนังสือเล่มนี้ไปในตัวแล้วครับ

เป็นชีวประวัติกึ่งฮาวทู เน้นบอกเล่าประสบการณ์ของตัวเองครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้ อ่านแล้วตาสว่าง OwO!
อยากอ่านจัง

#1 By Choudate on 2008-09-13 13:56

เพิ่งได้แวะมา (ใช่ว่าสอบเสร็จแล้วหรอกนะ...)
โหย หนังสือคราวนี้ดูยิ่งใหญ่จังแฮะ
"ออกเดินทางมันต้องหาความสุขสิ"
ชอบคำนี้อย่างแรง ^^
หนังสือเล่มนี้ อยากให้ผู้บริหารหลายๆคนได้อ่านบ้างจัง

#3 By เลิศ (118.173.92.234) on 2008-11-25 00:49

อ่านแล้ว สุดยอดมากๆๆๆๆๆๆๆๆbig smile