เริ่มด้วยเรื่องของความตาย
posted on 10 Nov 2008 22:40 by be-beer in others
เคยมีความฝันว่าจะขีดๆ เขียนๆ ผลงานของตัวเองบ้าง หลังจากซุ่มแปลความคิดของชาวบ้านมาเป็นเวลานาน
แต่อารามที่สัมผัสใกล้ชิดกับผลงานระดับชาติ
(อย่างน้อยก็ข้ามมาเผยแพร่เป็นภาษาอื่นได้)
ทำให้รู้สึกว่า หากจะ "เขียน" อะไรสักอย่าง ก็น่าจะมีมาตรฐานที่ใกล้เคียงกับเขาสิ
นั่นเป็นข้ออ้าง ทำให้รู้สึกว่า หากยังเขียนไม่ดีเท่าเขา ก็อย่าเขียนดีกว่า
ตอนนี้เริ่มสำเหนียกแล้วว่า มันผิด!
มีดต้องลับจึงจะคมฉันใด สมองก็ต้องลับถึงจะเฉียบไวฉันนั้น (เหอะๆ)
แม้รู้ว่ายังเขียนได้ไม่ดี ก็ควรเขียนบ่อยๆ เดี๋ยวก็คงคล่องเอง มันเป็นการฝึกทักษะหลายๆ อย่าง
ก่อนจะเขียน สิ่งแรกที่ต้องถาม คงจะเป็น "เขียนอะไรดี" กระมัง
ใช่ แม้แต่พระพุทธเจ้าจะเทศนาธรรมข้อใดสักอย่าง ยังต้องให้พระอานนท์ตั้งคำถาม แล้วพระพุทธเจ้าจึงทรงเริ่มด้วยคำว่า "ดูกร อานนท์..." ถ้าไม่มีคำถาม คงไม่มีคำตอบ ถ้าไม่มีเหตุประกอบ คงไม่มีงานเขียน (เอาเข้าไป) มาดูกันว่า วันนี้จะตั้งคำถามให้ตัวเองด้วยโจทก์ว่ากระไร
เฮ้อ
หนักหน่อยนะ
เช้าวันนี้ขณะกำลังดอตเอกับบอตอย่างเมามันแบบใช้สูตรช่วย
(เกมเข่นฆ่าฝ่ายตรงข้ามอย่างเลือดเย็นชนิดหนึ่ง)
ก็มีเบอร์ที่ไม่รู้จักโทรเข้ามา เป็นเรื่องปกติที่จะมีเบอร์ไม่รู้จักโทรมาหา เพราะไม่เคยเมมเบอร์ใครไว้พร่ำเพรื่อ ขี้เกียจพิมพ์ ดังนั้นต่อให้เป็นคนรู้จักโทรมา มันก็เป็นเบอร์ที่ไม่รู้จักอยู่ดี
พอรับสายปุ๊บ อีกฝ่ายก็พูดว่า
"อ้าว ยังใช้เบอร์เดิมอีกหรือนี่"
"..."
จำไม่ได้แล้วว่าอีกฝ่ายพล่ามอะไรต่ออีกพักใหญ่ เพราะไม่ได้ตั้งใจจะเอามาเขียนวันนี้ แต่รู้สึกว่าเสียงนั้นคุ้นมาก หลังจากจับใจความที่ไม่น่าจะจับได้สักพักหนึ่ง จึงถามกลับไปว่า
"ใหม่เหรอ"
ปกติถ้ามาแนวนี้ จะกดวางทิ้งจนอีกฝ่ายต้องโทรมาขอโทษขอโพยพลางแนะนำตัวดีๆ ไปหลายครั้ง เพราะเกลียดนักไอ้ทำนอง "รู้ป่าวนี่ใคร" หึหึ "ไม่รู้โว้ย ขี้เกียจเดา... ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด..."
แต่ไม่รู้ทำไมคราวนี้จึงอดทนเดาตอบไป
ใหม่ เป็นเพื่อนสมัยสิบกว่าปีก่อน อายุเท่ากัน ป่านนี้มีสามีมีลูกไปแล้ว เคยตามหาตัวครั้งหนึ่งด้วยเหตุผลใดจำไม่ได้แต่ไม่เจอตัว วันนี้กลับเป็นฝ่ายโทรมา
"นี่เราใช้เครื่องที่ทำงานของแฟนโทรมานะ ไม่ต้องเมมไว้ คือเครื่องของเราไม่มีสัญญาณ"
เรื่องของเรื่องคือ น้องอีกคนที่รู้จักกันตั้งแต่มันอยู่มัธยมจนป่านนี้เพิ่งจะจบปริญญาโทที่ชื่อ "เป็บปี้" (สะกดอย่างนี้หรือเปล่าหว่า) จะขอเบอร์ติดต่อ ใหม่จึงโทรมาเช็คดูว่ายังใช้เบอร์เดิมหรือไม่
พระเจ้า เบอร์นี้กูใช้มาร่วมสิบปีแล้วหรือนี่
สักครู่หนึ่ง เป็ปปี้ก็โทรมา
"ฮัลโหล"
"อื้อ เป็บปี้เหรอ ว่าไง"
"อ้าว รู้แล้วเหรอ"
"อื้อ ตะกี๊พี่ใหม่โทรมาบอกแล้วไง"
"งั้นก็รู้เรื่องเหมียวแล้วสิ"
"หงะ เหมียวทำไม ใหม่โทรมาบอกว่าเป๊ปปี้ขอเบอร์เฉยๆ"
"เหมียวเข้าโรง'บาลแล้วพี่ หมอบอกว่าไม่เกินพรุ่งนี้"
“มันเป็นอะไร!”
“มันแขวนคอตายอะพี่”
"..."
เหมียวคือใคร
เหมียวเป็นรุ่นน้องอีกคนที่รู้จักและร่วมก๊กร่วมก๊วนเดียวกันเมื่อสิบปีก่อนเช่นกัน ตัวเล็กๆ ช่างเอาอกเอาใจ พูดเก่ง เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของพี่ๆ และผู้หลักผู้ใหญ่
“เกิดอะไรขึ้น”
“เรื่องมันยาวอ่ะพี่... เหมียวมันเป็นโรคจิต (จำไม่ได้แล้ว มันบอกชื่อมาอย่างนึง) ประเภทเพ้อเจ้อ ว่าติดต่อกับพระพุทธเจ้าได้ บลาบลาบลา... หนูเป็นคนส่งมันเข้าสวนปรุงเองแหละ (โรงพยาบาลประสาทที่เชียงใหม่) สักพักมันก็บอกว่ามันรู้สึกดีขึ้นแล้ว หายแล้ว แต่ไม่รู้ทำไม อยากตายลูกเดียว...”
“...”
“หนูก็บอกมันว่า งั้นต้องบอกหมอนะ น่าจะเป็นโรคซึมเศร้า หมอจะได้ปรับยาให้...”
“...”
“ทีหลังมันก็เคยแขวนคอครั้งนึง แต่ช่วยเอาไว้ทัน แต่คราวนี้กว่าจะเจอก็ยี่สิบกว่านาทีแล้ว คิดว่าไม่ทันแล้ว...”
“มันอยู่ไหน”
“อยู่บ้านที่เลยคับ” (มันเป็นผู้หญิงที่ชอบเล่นเทควันโดนะ... น่าจะ - -)
“...”
“รู้สึกคนเก่าคนแก่เราตายไปทีละคนๆ นะพี่ ตั้งแต่พี่เอ้ (เป็นทหารถูกแทงตาย) พี่คุน (เพื่อนสนิท ป่วยตาย) (ใครอีกคน นึกไม่ออก) แล้วนี่ก็เหมียว...”
“อื้อ... เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา”
“สาธุ”
จบการสนทนาแต่เพียงเท่านั้น จนตอนบ่ายโทรเข้ามาอีกที บอกว่าเหมียวไปแล้วนะพี่ พวกหนูคงไม่ได้ไป แต่คงฝากเงินไปทำบุญ...
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ต้นเรื่องมันก็มีแค่นี้ แต่ก็ทำให้นึกถึงนิยามของการมีชีวิต
เคยอ่านงานเขียนของอาจารย์หลิวยงตอนหนึ่ง กล่าวถึงพฤติกรรมของการ “ฆ่าตัวตาย”
อ.หลิวยงยกตัวอย่างบุคคลสำคัญที่ฆ่าตัวตาย เช่น “แฮมมิ่งเวย์” (เจ้าของผลงานผู้เฒ่ากับทะเล ที่โด่งดัง) การฆ่าตัวตายของเขา เขาให้เหตุผลว่า
“ข้าพเจ้าไม่มีสิ่งใดจะอุทิศให้กับโลกนี้ได้อีกแล้ว”
แนวคิดดังกล่าวบอกว่า
“เอ็งคิดจะฆ่าตัวตายรึ เอ็งมีคุณสมบัติหรือยัง เอ็งได้อุทิศสิ่งใดไว้ให้กับโลกใบนี้แล้วบ้าง เกิดมากอบโกยทรัพยากรต่างๆ มากมาย ไหนจะความรักความปรารถนาดีของทุกคนที่อยู่รอบข้าง เอ็งได้ตอบแทนไปแค่ไหนแล้ว ชิชะ จะฆ่าตัวตาย ไอ้ฟาย...”
ก็อะไรอารมณ์นี้
ครับ มันสมควรด่านัก สำหรับวัยรุ่นที่คิดจะฆ่าตัวตาย เพราะอกหัก รักคุด เล็บหัก ฟันคุด... (จะเอาฮาไปถึงไหน)
แต่ผมขอยกเว้นน้องของผมไว้สักคน น้องเหมียว...
เธอเป็นไปเพราะอาการทางจิต หากจะให้ป้ายความผิดกันจริงๆ ขอยกให้เวรกรรมรับไปก็แล้วกัน หากน้องเขามีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์แข็งแรง ย่อมไม่คิดสั้นเช่นนี้หรอก
แต่ไอ้คนสมบูรณ์ที่แม่งคิดสั้น มันควาย!!!
พูดถึงเวรกรรม ทำให้นึกถึงหนังสือหลายเล่มของจีน ที่กล่าวถึงผลกรรมของการฆ่าตัวตาย ว่าเอาไว้หลายอย่าง เช่น
คนที่ฆ่าตัวตาย ทุกวันเมื่อถึงเวลาที่ตาย จะต้องได้รับความทรมานจากวิธีการฆ่าของตนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึง “อายุขัย” ที่แท้จริง
กล่าวคือคนเราถูกลิขิตไว้แล้วว่าเกิดเมื่อไหร่ ตายเมื่อไหร่ แต่ถ้าชิงตายไปก่อน ก็ต้องรับกรรมจนกว่าจะถึงวันที่ “ลิขิต” เอาไว้ จึงจะได้ไปผุดไปเกิด ทีนี้ ถ้ามึงโดดตึกตายตอนตีสาม พอถึงตีสามก็ต้องโดดซ้ำทุกวัน กินยาตาย ก็ต้องปวดไส้ปวดพุงซ้ำๆ ทุกวัน ผูกคอตาย ก็ต้อง... ทุกวัน
เฮ้อ น้องกู
เคยดูเรื่อง “เด็กหอ” กันไหม
คิดว่าจะมีทางช่วยได้ก็คือทางบ้านต้องทำบุญไปให้มั้ง แต่ก็รับประกันไม่ได้หรอก ไม่เห็นจะมีผีตนใดกลับมาบอกสักราย ว่าได้บุญแล้วนะ ไม่ต้องห่วง...
วิธีป้องกันที่ดีที่สุด ก็คือใช้ชีวิตไปจนกว่าจะตายเอง... ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม
เคยได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์กันไหม
รูปการ์ตูนที่มีชายคนหนึ่งกระโดดตึก ระหว่างที่ร่วงลงมานั้น ผ่านหน้าต่างบานต่างๆ ตามชั้นต่างๆ ผู้อาศัยแต่ละชั้นต่างมีปัญหาที่หนักหนายิ่งกว่าตนทั้งสิ้น กว่าจะสำเหนียกได้ว่ากูไม่น่าโดดเลย ก็แหลกคาที่ไปแล้ว
คนจีนบอกว่า ยารักษาโรคอะไรก็หาได้ทั้งนั้น ยกเว้นโรคเสียใจภายหลัง หรือใครว่าไม่ใช่
แต่จะว่าอีกที คุณเชื่อไหม จิตใจของคนเรามันเปราะบางขนาดไหน ความคิด “ฆ่าตัวตาย” มันเกิดขึ้นง่ายเหลือเกิน มันเป็นความคิด “ชั่ววูบ” สำหรับคนที่ “จิตใจปกติ” ทั่วไป หากฆ่าตัวตายแล้วไม่สำเร็จ มักจะไม่คิดทำมันอีกครั้ง เพราะได้ “สติ” กลับมา ดังนั้นหากอกหักฟันคุด เล็บหักรักคุดขึ้นมาแล้วคิดสั้นละก็ จงรอสักนิด สักวันพรุ่งนี้ มันอาจจะดีขึ้นก็ได้
และตอนนี้แหละ “เพื่อน” และ “ครอบครัว” สำคัญที่สุด
และสิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ในฐานะ “เพื่อน” หรือ “ครอบครัว” คุณต้องไหวตัวให้ทัน และหัดเอาใจใส่ “เพื่อน” หรือ “ครอบครัว” คนนี้ของคุณเสียบ้าง มิเช่นนั้นความสูญเสียและเสียใจ มันจะเกิดขึ้นกับทุกคนอย่างแน่นอน
ด่าคนที่คิดสั้นแต่ฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก หากใครสักคนจากไปด้วยเหตุนี้ แม้จะเป็นพฤติกรรม “โง่ๆ” อย่างไม่น่าอภัยก็จริง แต่คนรอบข้างของเขาก็ปัดความรับผิดชอบไปไม่พ้นหรอก
เล่าไปเรื่อยๆ ทำให้นึกถึงคำพูดของคุณหมอโหวเหวินหย่งตอนหนึ่ง ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นเทปจัดรายการเรื่อง “เจ้าชายน้อย” ในนั้นได้ยกตัวอย่างเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับความ “เหงา” ของคนเรา ขอยกบทเพลงจีนบทหนึ่งก่อนนะ
โอ้ดวงดารา ใยเจ้าช่างเบียดเสียดเหมือนมวลมนุษย์
โอ้มวลมนุษย์ ใยเจ้าช่างเหินห่างเหมือนดวงดารา
ตอนเด็กๆ ร้องเพลงนี้แล้วรู้สึกว่า โอ้ช่างเปรียบเทียบจริงหนอ โตขึ้นมาเจอเนื้อพลงนี้อีกครั้งในนิยายเรื่อง “อ้อมกอดลวง” ของคุณหมอโหว ความรู้สึกนั้นกลับมาทันที...
กลับมาเรื่องที่ค้างไว้ คือคุณหมอโหวเล่าว่าเขาเคยดูหนังฝรั่งเรื่องหนึ่ง เป็นแนวไซไฟ เรื่องมันเล่าว่า มีเมืองอยู่เมืองหนึ่ง อยูู่ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองมันค่อยๆ หายไปทีละอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือผู้คน วันหนึ่งพระเอกก็สังเกตเห็นความผิดปกตินี้ แต่ไม่ว่าเขาจะบอกใคร ก็ไม่มีใครเชื่อ หาว่าไร้สาระ จนกระทั่งเขาได้รู้ความจริงว่า
“หากคนหรือสิ่งของใดๆ เริ่มมีคนไม่สนใจ มองข้าม ไม่เห็นหัว เหมือนเขาหรือมันไม่มีตัวตน มันก็จะค่อยๆ ล่องหนหายไปจากโลกใบนี้ แต่ถ้ายังมีใคร แม้จะแค่คนเดียวก็ตาม เห็นความสำคัญ และแคร์ตัวตนของมันละก็ มันก็จะยังอยู่”
เมื่อเขาตระหนักถึงข้อนี้ ก็บอกกับพ่อของเขา พ่อของเขาก็บอกว่า เขาจะหายตัวไปไหม เขากลัว ชายหนุ่มบอกว่า ไม่สิ ก็ผมแคร์พ่อ ห่วงพ่ออยู่นี่ ขณะกำลังพูดอยู่นั่นเอง พ่อของเขาก็ค่อยๆ ล่องหน และหายตัวไป...
อย่าให้ผมสรุปเลย ว่ารู้สึกอย่างไรกับเรื่องที่เล่าข้างต้น เชื่อว่าคุณก็คงรู้เอง ว่ารู้สึกอย่างไร มันมากเกินคำบรรยาย
ได้โปรดเถอะ อย่าทำให้คนรอบตัวของคุณต้องล่องหนไปเลย หากคนที่คุณแคร์ เขาเกิดคิดสั้น แทนที่จะด่าเขาเหมือนที่ผมด่าเมื่อครู่ จงด่าตัวเองดีกว่า
“มึงจะสนไปทำไม เขา “ล่องหน” ไปจากมึงตั้งนานแล้วมิใช่หรือ”
รักใคร ห่วงใคร อย่าเก็บไว้แค่ “ปาก” เหมือนพ่อหนุ่มที่บอกว่ารักพ่อ ห่วงพ่อคนนั้นเลยครับ
สุดท้าย จะบอกความลับให้ฟัง จุ๊ว์ๆ อย่าไปบอกใครล่ะ
ตอนอายุสิบห้า ผมก็เคยฆ่าตัวตายเหมือนกันคับ
T T
ป.ล.
เหมียว
ขอให้เธอไปสู่สุคตินะ
ผลดีใดๆ ของบทความบทนี้ พี่ขอยกให้เธอ
(Chinese)
(วานวาน Chinese)
แต่คนส่วนใหญ่ก็ยั้งคิดยั้งทำได้ ไม่งั้นป่านนี้คงเหลือประชากรโลกอยู่น้อยเต็มที
น่ากลัวอ่ะ ทำไมทำยังงั้น อ่านแล้วรู้สึกแย่จัง เพราะเพิ่งมีพี่สาวของเพื่อนสนิทฆ่าตัวตายไปคนนึงด้วย แต่คนอย่างพี่เบียร์ เคยฆ่าตัวตายนี่ ตกใจอ่ะ 
เง้อ....
อ่านเเล้วตกใจแฮะ = ="
อ่ะให้ไปเลยหนึ่ง
ในฐานะที่สำบัดสำนวนเกินความคาดหมาย
เอิ๊กกกส์
ครั้งนึงก้อเคยเป็นฟายเหมือนกัน
T_______T
#1 By Sana_by_lllmukoilll on 2008-11-10 23:35