โหวเหวินหย่ง ศึกชิงเจ้าสนามปี 2003
posted on 16 Mar 2009 10:21 by be-beer in Hou-Wenyung
เนื่องจาก จขบ. เป็นแฟนคลับของนักเขียนไต้หวันนามโหวเหวินหย่ง
และเป็นผู้แปลหนังสือของเขาด้วย
บล้อกในส่วนนี้ เป็นเนื้อหาที่จขบ. ได้ขออนุญาตจากนักเขียนชาวไต้หวัน โหวเหวินหย่ง
นำมาแปลเป็นภาษาไทย สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่ติดตามผลงานของคุณโหวเช่นกัน
ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับบทความของคุณโหวมากขึ้น
และให้ท่านทั้งหลายที่ยังไม่รู้จักคุณโหว ได้สัมผัสประสบการณ์และแนวคิดดีๆ ที่มีประโยชน์
จากข้อเขียนเหล่านี้
รวมทั้งผู้ที่หัดเรียนภาษาจีน "ตัวย่อ" สามารถเปิดลิงค์ต้นฉบับ เพื่อนำมาเปรียบเทียบก็ได้
เพื่อนของผมคนหนึ่ง เป็นผู้ที่หลงใหลในกีฬาจักรยาน เรื่องจริงเกี่ยวกับการแข่งขันกีฬาจักรยานในปี 2003 เรื่องนี้ เขาเป็นคนเล่าให้ผมฟัง และขอร้องให้ผมเขียนมันขึ้นมา เพื่อให้ผู้อ่านได้รับรู้
ฤดูร้อนปีนี้ เรื่องที่ผมจิตใจจดจ่อที่สุด คงหนีไม่พ้นเรื่องการแข่งขันจักรยานทางไกลรอบประเทศฝรั่งเศส ตูร์เดอฟรองซ์ ตูร์เดอฟรองซ์นับเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่สำคัญที่สุดในโลก โดยเฉพาะปีนี้ แลนซ์ อาร์มสตอง (Lance Armstrong) บุคคลที่ผู้คนทั้งโลกเฝ้าจับตามอง จะได้แชมป์อีกครั้งหรือไม่ เพื่อกลายเป็นผู้คว้าแชมป์ห้าสมัยติดกันคนที่สอง ต่อจากนักกีฬาชาวสเปน ถือเป็นสิ่งที่ผู้คนทั้งหลายรอคอยมากที่สุด
แลนซ์ อาร์มสตรองเป็นนักกีฬาที่มาจากประเทศอเมริกา ส่วนตัวเขาเองเป็นคนไข้โรคมะเร็ง เซลล์มะเร็งของเขาถึงกับเคยลุกลามไปถึงทรวงอกและสมอง หลังจากผ่านการรักษาทางเคมีบำบัดแล้ว เขากลับคืนสนามแข่งอีกครั้ง เรื่องราวการต่อสู้กับโรคมะเร็งอย่างเข้มแข็งของแลนซ์ อาร์มสตรอง สร้างกำลังใจให้กับคนไข้มะเร็งจำนวนมาก ตัวเขาก็กลายเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ในสายตาของชาวอเมริกัน สำหรับผู้เข้าแข่งขันหนึ่งร้อยเก้าสิบแปดคนในคราวนี้ คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับอาร์มสตรอง เห็นจะเป็นนักปั่นชาวเยอรมันผู้มีนามว่าอูริค (Jan Ullrich) อูริคหนุ่มแน่นกว่าอาร์มสตรอง เขาเคยได้แชมป์ตูร์เดอฟรองซ์เมื่อปี 1997 แม้จะเคยผ่าตัดหัวเข่าสองครั้ง แต่ปีนี้เขาหมายมั่นปั้นมือ จะคว้าแชมป์ให้ได้ นับว่าแรงระเบิดเต็มกำลังสูบ
ระยะทางที่ไกลถึงสามพันสี่ร้อยยี่สิบแปดกิโลเมตร ถูกแบ่งเป็นยี่สิบช่วง อาร์มสตรองกับอูริคเริ่มต้นห้ำหั่นกันตั้งแต่ช่วงแรกเลยทีเดียว แม้ว่าอาร์มสตรองจะเป็นผู้นำอยู่เล็กน้อย แต่ระยะห่างตรงนี้ ก็กำลังถูกไล่ตามขึ้นมาติดๆ หลังจากการแข่งขันข้ามพันเทือกเขาพีเรนิส อูริคก็เร่งเครื่องไล่จี้ตามมาติดๆ จนกระทั่งสิ้นสุดการแข่งขันช่วงที่สิบสี่ อาร์มสตรองก็นำหน้าอูริคเพียงสิบห้าวินาทีเท่านั้น ช่วงห่างที่น้อยนิดนี้ ทำให้การแข่งขันช่วงที่สิบห้า กลายเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ระยะทาง 159 กิโลเมตรช่วงนี้ ผู้แข่งขันนอกจากต้องปั่นข้ามภูเขาสามลูก ยังต้องผจญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน เนื่องจากระยะทางช่วงนี้ เป็นช่วงลำบากที่สุดช่วงสุดท้ายก่อนถึงปารีส นักวิจารณ์ทั้งหลายต่างจึงประเมินว่า การแข่งขันช่วงที่สิบห้า จะเป็นจุดตัดสินชัยชนะระหว่างอาร์มสตรองกับอูริค
วันที่ 23 กรกฎาคม เป็นวันสำคัญของการชิงชัยครั้งนี้ ไม่ว่าระยะทางการแข่งขันจะหมอกจัดแค่ไหน ตามเขตภูเขายังคงเนืองแน่นไปด้วยผู้ชมที่โก่งคอรอคอย ซึ่งก็เป็นไปตามคาด ขณะปั่นข้ามเขาลูกที่สอง อาร์มสตรองยังคงเป็นผู้นำ ส่วนอูริคก็ปั่นตามติดมาด้านหลัง ถึงแม้ระหว่างทางได้พยายามปั่นแซงอาร์มสตรองหลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ สถานการณ์เกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ตรงระยะทางสิบกิโลเมตรก่อนถึงเส้นชัย อาร์มสตรองที่เป็นผู้นำมาตลอดเกิดพลาดพลั้ง เบรกมือข้างขวาเกี่ยวเข้ากับกระเป๋าถือของผู้ชมริมถนน อุบัติเหตุนี้ทำให้อาร์มสตรองหงายท้องนอนกลิ้งกับพื้นทั้งคนทั้งรถ ซ้ำยังทำให้ผู้แข่งขันชาวสเปนคนหนึ่ง ต้องล้มตามไปด้วย โชคดีที่อูริคที่ตามมาข้างหลังเบรกทัน จึงแซงผ่านไปอย่างปลอดภัย
Lance Armstrong 2003/7/23
เพียงแค่อูริคออกแรงเร่งสปีดเต็มที่ ก็จะสลัดอาร์มสตรองสำเร็จ พลิกสถานการณ์ได้แล้ว บรรดาแฟนคลับชาวเยอรมันที่เฝ้าอยู่หน้าจอทีวี ต่างกู่ร้องยินดีแทบบ้าคลั่ง แต่ขณะนี้เอง อูริคกลับผ่อนความเร็วลง พลางเหลียวหลังกลับมามองอาร์มสตรองอยู่เรื่อยๆ แสดงความเป็นห่วง ความจริงเขาไม่ต้องทำอย่างนั้นก็ได้ แต่อูริคยืนยันคอยจนกระทั่งอาร์มสตรองขึ้นปั่นให้เรียบร้อยก่อน พวกเราไม่อาจจินตนาการได้เลยว่า การรอคอยเช่นนั้น มันต้องแลกด้วยค่าตอบแทนขนาดไหน แต่อูริคกลับรอคอยจนกระทั่งคู่ปรับของเขาปั่นจนสปีดเข้าที่แล้ว จึงประชันกันต่อ
ภายหลังผมจึงรู้ว่า ในการแข่งขันเมื่อสองปีก่อน ตอนที่อูริคพลาดล้ม อาร์มสตรองก็เคยรอเขาเช่นกัน นี่เป็นเพียงการตอบแทนของอูริคเท่านั้น พูดตามตรง เมื่อผมได้เห็นภาพข่าวหนังสือพิมพ์ ที่อยู่ท่ามกลางกระแสการเมืองไต้หวัน ที่นักการเมืองคอรัปชั่น ใส่ร้ายป้ายสี ด่าทอไปมา และเกมการเมืองสกปรก ความรู้สึกมันพันกันให้วุ่น ไม่รู้ทำไม ชั่วเวลาไม่กี่วินาทีนั้น ผมอดกลั้นความรู้สึกปราบปลื้มในใจไม่ไหว น้ำตาพลันไหลออกมาในที่สุด
หลายวันต่อมา อาร์มสตรองเอาชนะอูริคด้วยระยะเวลาที่นำห่างกันเพียง 61 วินาที ครองแชมป์ตูร์เดอฟรองซ์ประจำปี 2003 พร้อมกับทำฝันแชมป์ติดต่อกันห้าสมัยของเขาให้เป็นจริง มันเป็นการแข่งขันที่ยากจะลืมเลือนจนชั่วชีวิต ถึงแม้จะเกิดแชมเปี้ยนเพียงคนเดียว แต่ในหัวใจของผม กลับมีฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ขึ้นมาพร้อมๆ กันสองคน
ภาพและเรื่องจาก 原文出自 侯文詠的博客
ใครอ่านจนจบ ขนลุกเหมือนผมบ้าง ขอดาวนะครับ ^^
(Chinese)
(วานวาน Chinese)

#1 By emustra on 2009-03-16 12:04