เนื่องจาก จขบ. เป็นแฟนคลับของนักเขียนไต้หวันนามโหวเหวินหย่ง
และเป็นผู้แปลหนังสือของเขาด้วย 

บล้อกในส่วนนี้ เป็นเนื้อหาที่จขบ. ได้ขออนุญาตจากนักเขียนชาวไต้หวัน โหวเหวินหย่ง
นำมาแปลเป็นภาษาไทย สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่ติดตามผลงานของคุณโหวเช่นกัน
ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับบทความของคุณโหวมากขึ้น

และให้ท่านทั้งหลายที่ยังไม่รู้จักคุณโหว ได้สัมผัสประสบการณ์และแนวคิดดีๆ ที่มีประโยชน์
จากข้อเขียนเหล่านี้

รวมทั้งผู้ที่หัดเรียนภาษาจีน "ตัวย่อ" สามารถเปิดลิงค์ต้นฉบับ เพื่อนำมาเปรียบเทียบก็ได้

 

死神在酒吧 

เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวที่คนไข้ของผมเล่าให้ฟัง

 

เมื่อสูตินารีแพทย์ประกาศว่าฉันเป็นมะเร็งรังไข่ ฉันคิดในใจว่า โอ้สวรรค์ นี่เป็นมะเร็งที่สามในชีวิตของฉันแล้ว ฉันเคยดูโฆษณาทีวีเรื่องหนึ่ง เนื้อหาบอกว่า มีคนคนหนึ่งพลัดตกลงไปจากเหว ไม่ตาย  พอเขาลุกขึ้นยืน ก็ถูกรถบรรทุกขับชน ก็ยังไม่ตาย  สุดท้ายถูกฟ้าผ่า ก็ยังไม่ตาย ที่แท้เป็นเพราะยมทูตกำลังดื่มเบียร์ยี่ห้อหนึ่งอยู่ในบาร์ จึงลืมหน้าที่ของตนไปชั่วขณะหนึ่ง


สิ่งแรกที่ฉันนึกขึ้นมาคือโฆษณาเรื่องนี้ แต่ว่า ครั้งนี้ฉันอาจไม่โชคดีเหมือนเดิมอีก ความจริงฉันรู้แก่ใจดีว่า อัตราการรอดของมะเร็งรังไข่นั้นน้อยมาก คนไข้อย่างฉัน น้อยคนนักที่จะมีชีวิตอยู่ได้เกินหนึ่งปี ถึงแม้ว่าจะเป็นอย่างนั้นก็ตาม ฉันก็ยังบังคับตัวเองให้มองโลกในแง่ดีเข้าไว้ ในเมื่อฉันฝืนทนมะเร็งทั้งสองอย่างแรกจนผ่านมาได้ ฉันคิดในใจ ก็ไม่น่าจะมีเหตุผลอะไร ที่ฉันจะสู้กับมะเร็งตัวที่สามไม่ได้

ตัวฉันเองเป็นหัวหน้าพยาบาลแผนกห้องผู้ป่วยใน จนถึงตอนนี้ ฉันยังคงยืนหยัดรับผิดชอบในหน้าที่ สำหรับหัวหน้าพยาบาลที่ทนรับความทุกข์ทรมานมาหมดแล้วอย่างฉัน มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ เมื่อคนไข้รู้ว่าตัวสามารถเข้าใจความเจ็บปวดของเขาประดุจประสบกับตนเอง พวกเขาก็จะชื่นชอบคุณ นับถือคุณจากใจจริง พร้อมกับยินยอมรับฟังความเห็นของคุณ  ดังนั้นจึงมีอยู่ช่วงหนึ่ง ที่คำพูดติดปากของฉันคือ

"คุณดูฉันสิ ฉันเป็นมะเร็งตั้งสามอย่าง แต่ก็ยังสู้ชีวิตอยู่ที่นี่เหมือนเดิมไม่ใช่หรือ..."

ภายหลังฉันไม่ค่อยจะได้ใช้คำพูดประโยคนี้อีกแล้ว เพราะทุกครั้งที่คนไข้เก่าแนะนำตัวฉันกับพวกคนไข้ใหม่ พวกเขาก็มักจะพูดว่า

"ดูคุณหัวหน้าพยาบาลสิ คนเค้าเคยเป็นมะเร็งตั้งสามอย่าง..."

ได้ยินเช่นนี้ ดูเหมือนพวกเขาก็จะพออกพอใจ คำพูดเหล่านี้ให้หลักประกันแก่พวกเขายิ่งกว่าการรักษาทางการแพทย์ ถ้าหากว่าหัวหน้าพยาบาลเป็นมะเร็งถึงสามอย่างแล้วยังมีชีวิตอยู่ได้ พวกเขาก็ต้องอยู่ได้เป็นเรื่องธรรมดา การมีชีวิตอยู่ของฉัน กลายเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จของการมองโลกในแง่ดีและการสู้ไม่ถอย ทุกคนปรารถนาอย่างแรงกล้า ให้ฉันมีชีวิตอยู่ต่อไป ส่วนตัวฉันเอง ก็มีความรู้สึกรับผิดชอบอย่างแรงกล้า ให้ต้องทำเช่นนั้น

พูดตามตรง เมื่อมองจากมุมมองหนึ่ง ฉันต้องการคนไข้ของฉัน มากกว่าพวกเขาต้องการฉันเสียอีก น้อยนักที่ฉันจะแคร์ ว่าเบื้องลึกของตัวเองคิดยังไง แต่หน้าที่การงานของฉัน ทำให้ฉันพบเห็นความหวาดกลัวและกระสับกระส่ายภายในตัวของคนไข้ ดังนั้นฉันบอกกับตนเองว่า ฉันต้องไม่เป็นอย่างนั้น

อย่างเช่นแผนกห้องผู้ป่วยในของเรา เมื่อเร็วๆ นี้มีคนไข้มะเร็งระยะสุดท้ายเพศหญิงคนหนึ่ง เมื่อรู้ว่าสามีมีชู้ จึงฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ ต่อมาฉันก็บอกเธอว่า "ในเมื่อตัวคุณเองก็ต้องจากไปแล้ว หากมีใครยินดีดูแลเขาต่อ แล้วมันไม่ดีตรงไหน"

ฉันเคยพูดถึงเรื่องนี้กับสามีของฉัน เขาได้แต่ยิ้มๆ "ฉันพูดจริงๆ นะ" ฉันพูดย้ำอีกครั้ง "ฉ้าหากฉันจากไปแล้วจริงๆ ฉันอยากให้คุณหาคู่ชีวิตอีกคน"

เขาก็ยังเอาแต่ยิ้มๆ เหมือนเดิม สี่ปีกว่าแล้ว ฉันจัดการเรื่องประกันชีวิต อสังหาริมทรัพย์ บัญชีเงินฝาก... ธุระต่างๆ เกี่ยวกับอนาคต เขาก็ยังคงยิ้มๆ เขาไม่ชอบคุยเรื่องพวกนั้น คล้ายกับว่าทุกสิ่งที่ฉันเตรียมการ มันไม่มีวันเกิดขึ้นหรอก

ฉันพยายามทำให้ชีวิตของฉันไม่ต่างไปจากเดิม ขับรถไปทำงานที่โรงพยาบาลเอง รับการบำบัดทางเคมี รับส่งลูกสาวเรียนหนังสือ... เสแสร้งทำเป็นว่าทุกอย่างเป็นเหมือนปกติ บางครั้งฉันยังสงสัยเลยว่านี่ฉันกำลังหลอกตัวเองอยู่หรือเปล่า แต่ฉันไม่มีทางเลือกอื่น พวกเราต่างก็ต้องมีชีวิตประจำวันเหล่านี้

ฉันมีลูกสาวอายุสิบหกปีคนหนึ่ง เธอต่อสู้กับมะเร็งเป็นเพื่อนฉันตั้งแต่อายุสิบสองแล้ว บางที จิตใต้สำนึกของฉันอาจจะบอกว่าครั้งนี้ฉันคงไม่โชคดีขนาดนั้นอีก ฉันจึงมักลืมตัว อาศัยเวลาที่รับส่งลูก กำชับลูกสาวเรื่องต่างๆ ดังนี้ ใช้หม้อไฟฟ้าหุงข้าว ทำกับข้าว เก็บล้างจานชาม ใช้เครื่องซักผ้า... บรรดางานบ้านที่แม่ควรสอนลูกสาว เธอมักจะทำตัวมอมแมม ฉันวางใจไม่ลง  แต่ว่า ยิ่งฉันสอนเรื่องพวกนี้กับลูกเท่าไหร่ ลูกก็ยิ่งโต้กลับแรงขึ้นเท่านั้น เรามักจะทะเลาะในรถกันเพราะเรื่องจุกจิก บ่ายวันนี้ตอนอยู่บนรถ ลูกถึงกับถามฉันว่า

"คุณแม่ คุณแม่จะตายพรุ่งนี้แล้วหรือเปล่า"

ฉันคิดสักครู่หนึ่ง "คงไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง"

"ถ้ามันไม่ใช่ คุณแม่ก็อย่าเพิ่งรีบบีบคั้นหนูได้ไหม"

เมื่อฉันฟังจบก็ ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ก้มหน้า ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า เรื่องเหล่านี้จะสร้างความกดดันให้ลูกถึงขนาดนี้

กลางคืนก่อนนอน ฉันพบว่าจานชามในครัวล้างเสร็จเรียบร้อย ลูกทิ้งโน้ตไว้ให้ฉันฉบับหนึ่ง เขียนไว้ว่า

คุณแม่ ขอโทษค่ะ ที่วันนี้หนูพูดจาอย่างนั้น คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง หนูไม่มีวันมอมแมมตลอดไปหรอก หนูแค่ไม่อยากให้คุณแม่ต้องตาย...

ความรู้สึกแรกของฉันคือ แม่ก็ไม่ได้อยากตายนี่นา ภายหลังฉันนึกถึงเรื่องโฆษณายมทูตอยู่ในบาร์ ฉันคงนับเป็นคนที่เข้มแข็งได้มั้ง แต่พอฉันนึกถึงหน้าของยมทูตที่กำลังซดเบียร์อยู่อย่างสบายใจเฉิบ ขณะที่ตัวฉันกลับงานยุ่งแทบตายอยู่ที่นี่ สุดท้ายฉันก็อดกลั้นต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว

ฉันร้องไห้เสียงดัง เป็นครั้งแรกในชีวิต

 จาก 原文出自 侯文詠的博客

 

ปล.

วันนี้นั่งค้นบทความของคุณโหว เพื่อเลือกมาแปล
เกิดอยากแปลบทความบทนี้ ด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก

ขอมอบบทความนี้ให้กับนักสู้ชีวิตทุกท่าน
และผู้เป็นแม่ทุกคนครับ

ภาพจาก http://www.nipic.com/show/1/69/b6cab8b4cc89fc24.html

แปลจนก่อนจบ น้ำตาแทบไหลครับ...

Comment

Comment:

Tweet

เป็นเรื่องที่ดีมากจริง ๆ เลยค่ะ
มัวแต่ไปฝึกแปลเพลงจีนเพลงหนึ่ง
ทำให้เกือบพลาดเรื่องนี้เสียแล้ว

Hot! Hot! Hot! Hot!

คุณเบียร์ไปตรวจเพลงจีนที่พี่แปลหน่อยได้มั้ยคะ
พี่ยังไม่ได้เรียนภาษาจีนน่ะค่ะ
แล้วก็รู้สึกสับสนที่จะแปลประโยคนี้ออกมาเป็นไทยให้สวยงามน่ะค่ะ

错乱了时间 而残缺成两半

#8 By Mrs. Holmes on 2009-03-24 01:34

Hot!

มาโฆษณากันถึงบล็อคอีกแล้วสินะ เหอๆ
พอดีช่วงก่อนหน้านี้สอบๆ วุ่นๆ ไม่ค่อยได้แตะคอม
ตอนนี้กลับบ้านและ ออนทุกวันและ จะไล่อ่าน
จะว่าไป นี่ก็งานหนังสืออีกแล้วหรอเนี่ย เร็วจริงๆ
ไม่น่าอ่านเลย บทความดีมาก แต่อ่านแล้วน้ำตาซึม คิดถึงพี่สาวที่เพิ่งจากไปเพราะมะเร็ง ToT

#6 By ม๋วย (58.136.16.47) on 2009-03-19 13:03

Hot!

#5 By berserkrabbit on 2009-03-19 10:01

Hot!

#4 By ☆[แป้ง].Haมmy*☆ on 2009-03-19 01:36

ถูกใจ ลืมให้ดาว
Hot! Hot! Hot!

#3 By lllmukoilll on 2009-03-19 01:04

อ่านเเล้วน้ำตาจะไหลจริงๆ

นึกถึงตัวเองกับมี้
ครั้งนึงมี้เคยทะเลาะกับป๊าอย่างรุนแรง
จนมี้อยากจะออกไปจากบ้านหลังนี้
แล้วทุกๆวัน ...
มี้ก้อจะพูดแต่ว่า
"มี้จะไปเเล้ว นุ๋ต้องดูแลน้องดีๆนะ"
...อะไรทำนองนี้

ตอนนั้นมู๋ก้อโมโหเหมือนอย่างเด็กหญิง
รู้สึกเหมือนโดนบีบคั้นเหมือนกัน
T___T

#2 By lllmukoilll on 2009-03-19 01:02

ยมทูตในบาร์เบียร์

#1 By Arcobaleno on 2009-03-19 00:52