บล้อกในส่วนนี้ เป็นเนื้อหาที่จขบ. ได้ขออนุญาตจากนักเขียนชาวไต้หวัน โหวเหวินหย่ง
นำมาแปลเป็นภาษาไทย สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่ติดตามผลงานของคุณโหวเช่นกัน
ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับบทความของคุณโหวมากขึ้น

และให้ท่านทั้งหลายที่ยังไม่รู้จักคุณโหว ได้สัมผัสประสบการณ์และแนวคิดดีๆ ที่มีประโยชน์
จากข้อเขียนเหล่านี้

รวมทั้งผู้ที่หัดเรียนภาษาจีน "ตัวย่อ" สามารถเปิดลิงค์ต้นฉบับ เพื่อนำมาเปรียบเทียบก็ได้

 

 太早得到

เรื่องต่อไปนี้ ได้ยินมาจากเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ปัจจุบันเธอเป็นผู้จัดการใหญ่ของธุรกิจยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง

สมัยฉันเป็นสาว มีความทะเยอทะยาน กระตือรือร้นสูง เพิ่งอายุยี่สิบหก ก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ  ในสมัยนั้นถือเป็นเรื่องที่ผิดวิสัยมาก ตามระบบบริษัทของเรา อายุสามสิบห้าได้เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ก็ถือว่าเร็วมากแล้ว

ตั้งแต่ฉันเป็นผู้ช่วยผู้จัดการตอนอายุยี่สิบหก จนกระทั่งสามสิบเอ็ด ก็ยังไม่ได้เลื่อนขั้นอีกเลย อุตส่าห์รอจนกระทั่งอายุสามสิบสอง มีโอกาสได้ขึ้นเป็นรองผู้จัดการใหญ่ แต่ผู้บริหารระดับสูงกลับอ้างเหตุผลเรื่องวัฒนธรรมองค์กรและคนอายุน้อยจะใจร้อนบุ่มบ่ามเป็นต้น และเลื่อนขั้นให้กับคนอีกคนหนึ่ง ที่ฉันไม่ยอมรับในความสามารถ  ตอนนั้นฉันโมโหมาก วันรุ่งขึ้นก็ยื่นใบลาออก แต่ใบลาออกก็ถูกตีคืนกลับมาอย่างรวดเร็ว ผู้จัดการใหญ่เรียกฉันเข้าไปพบ บอกว่า

“คุณไปพักร้อนสักสองอาทิตย์เถอะนะ มีเรื่องอะไรเอาไว้ไปเที่ยวกลับมาแล้วค่อยว่ากันใหม่”

ความจริงฉันกระหายอยากจะทิ้งงานในมือออกไปเที่ยวตั้งนานแล้ว วันรุ่งขึ้นฉันจึงขอให้บริษัททัวร์ช่วยจัดแจงที่พักที่กินให้ทันที ฉันตั้งใจเริ่มต้นแบ็กแพกจากเมืองปราก (สาธารณรัฐเช็ก) เรื่อยไปยังเวียนนา ซาลซ์บูร์ก (ออสเตรีย) และมิวนิค เรื่อยไปทางตะวันตก วันรุ่งขึ้น ฉันก็บินมาถึงเมืองปราก

เมื่อถึงเมืองปราก เข้าที่พักเรียบร้อย ก็ออกมาเดินเล่น พอออกมาเท่านั้น ฉันก็เจอกับตุ๊กตาหมีตัวนั้นทันที  มันเป็นตุ๊กตาหมีที่ตัวสูงกว่าฉันเสียอีก ขนปุกปุย ดวงตาบ้องแบ๊วใสซื่อ น่ารักที่สุดในโลก  ฉันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เหมือนถูกสะกด  พอถามเจ้าของร้าน จึงรู้ว่าตุ๊กตาหมีตัวนี้เป็นรางวัลที่หนึ่งของเกมปาเป้า ต้องปาให้โดนใจกลางสีแดงสามดอกถึงจะได้ ไม่มีขาย  ฉันถอนใจเฮือกหนึ่ง นึกในใจว่าใครจะทำได้ ปาเข้าเป้าสามครั้งติด หมุนตัวเดินจากมา แต่เพิ่งเดินได้สองก้าว ก็ย้อนกลับมาใหม่อย่างไม่ยอมตัดใจ ฉันบอกตัวเองว่า อย่างน้อยก็ต้องลองดูสักหน่อยสิ

ค่าเล่นคือ หนึ่งดอลลาร์ต่อลูกดอกสี่ดอก ฉันก็ซื้อลูกดอกสี่ดอกมา พอปาเสร็จสี่ดอก อย่าว่าแต่กลางเป้าเลย แม้แต่เป้ายังปาไม่โดนสักดอก แต่ก็แปลก หลังจากปาครบสี่ดอก ฉันเกิดรู้สึกว่า เหมือนจะรู้แล้วว่าต้องปายังไงให้เข้าเป้า ฉันจึงซื้อเพิ่มอีกสี่ดอก ออกแรงปา ความรู้สึกฉันไม่พลาด เข้าเป้าเต็มๆ สามดอก ดอกที่ไม่เข้าเป้า ก็ห่างกันแค่นิดเดียวเท่านั้น

“ฉันชนะแล้ว” ฉันตื่นเต้นจนทั้งร้องทั้งกระโดด “ชนะแล้ว เย่!” แม้แต่เจ้าของร้าน ยังมองฉันด้วยสายตาแบบเหลือเชื่อ

แล้วก็นั่นแหละ ฉันอุ้มน้องซุปเปอร์หมีเดินเตร่ไปเตร่มาทั่วเมืองปราก ใครๆ ก็มองฉัน ตอนแรกฉันก็อดชื่นชอบสายตาแบบนั้นไม่ได้ แต่ไม่นานเท่าไหร่ ฉันก็รู้สึกได้ว่า งานเข้าแล้ว  ฉันอุ้มตุ๊กตาหมีไปยังไปรษณีย์ พยายามจะส่งพัสดุกลับไต้หวัน  ฉันกับพนักงานไปรษณีย์ชาวเช็ก ส่งภาษามือกันยกใหญ่ อีกทั้งชั่งทั้งวัดกันอีกครึ่งค่อนวัน จนกระทั่งฉันเห็นใบเสนอราคานั่นแหละ  ตัวเลขโดยละเอียดฉันจำไม่ได้แล้ว เอาเป็นวันมันเป็นราคาที่ฉันแทบจะเป็นลมก็แล้วกัน

ฉันอุ้มตุ๊กตาหมีกลับออกมาจากไปรษณีย์ ค่าส่งนั้นเพียงพอให้ฉันกลับไปซื้อตุ๊กตาไซส์เดียวกันที่ไต้หวันได้ถึงสิบตัว ปัญหาคือ ตุ๊กตาหมีในไต้หวันไม่น่ารักเท่าตุ๊กตาหมีของยุโรป อีกอย่าง การทิ้งตุ๊กตาน่ารักขนาดนี้ไว้ในยุโรป มันทำให้เกิดความรู้สึกผิดเหมือนกับการฟันแล้วทิ้ง ยังไงไม่รู้

ฉันจึงจำต้องบากหน้ากรำแดดอันหฤโหดของท้องฟ้ายุโรป ออกเดินทางตั้งแต่ปราก เวียนนา ซาลซ์บูร์ก เที่ยวไปจนถึงมิวนิก ตลอดทางต้องอุ้มตุ๊กตาหมีไปด้วย ตัวตุ๊กตาทั้งอ้วนทั้งยาว ไม่มีทางพับได้อยู่แล้ว จับลงกล่องก็ไม่ได้ ส่งใต้ท้องเครื่องก็ไม่ได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะโดยสารยานพาหนะอะไร ฉันก็ต้องปวดหัวกับมันตลอด แม้กระทั่งถูกบังคับให้ต้องซื้อตั๋วให้กับตุ๊กตา  บ่อยครั้งที่ฉันต้องหมดเรี่ยวหมดแรง แล้วยังต้องคอยระวังไอ้เด็กตัวแสบทั้งหลายที่จ้องจะพุ่งมาลูบๆ คลำๆ มันอยู่ตลอดเวลา  สรุปคือ ทัวร์ยุโรปทริปนี้ ทำเอาฉันย่ำแย่ปางตาย!

ที่แปลกก็คือ เนื่องจากการทรมานทรกรรมครั้งนั้น กลับทำให้ฉันรู้สึกปลอดโปร่ง หมดพักร้อนกลับมาทำงานวันแรก ผู้จัดการใหญ่ก็เรียกฉันไปพบ

“ได้เจออะไรที่ยุโรปบ้างล่ะ” เขาถาม

“เยอะแยะ”

“ได้อะไรบ้างไหม”

ฉันเล่าเรื่องตุ๊กตาหมีของฉันให้เขาฟัง “ฉันคิดตกเรื่องหนึ่งแล้ว” ฉันพูด

“หืม”

“ฉันคิดว่า” ฉันพูดต่อ “ของบางอย่างแม้จะใฝ่ฝันอยากได้มา แต่การได้มาเร็วเกินไป เกรงว่าก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเหมือนกัน”

ผู้จัดการหัวเราะลั่น “ดังนั้น” เขาพูด “คุณตัดสินใจอยู่ทำงานต่อแล้วสินะ”

ฉันพยักหน้า เขาตบไหล่ฉันทีหนึ่งอย่างมั่นใจ แล้วปล่อยฉันออกมา

ขณะเดินออกมาจากห้องผู้จัดการใหญ่ ฉันคิดในใจว่า ความจริงฉันก็เหมาะสมกับงานนี้ดี ดังนั้น ฉันจึงทำงานต่อไป จนถึงบัดนี้


ปล.

อ่านแล้วเหมือนได้ประโยชน์ลึกๆ ยังไงไม่รู้เหมือนผมหรือเปล่าครับ ถ้าคุณบรรยายเป็นคำพูดได้ว่ามันคืออะไร ก็คอมเมนต์หน่อยน้า หรือถ้าไม่อย่างนั้น ขอดาวก็ยังดีนะคร้าบบบ

จาก 原文出自 侯文詠的博客  

ปล.
อ่านแล้วเหมือนได้ประโยชน์ลึกๆ ยังไงไม่รู้เหมือนผมหรือเปล่าครับ ถ้าคุณบรรยายเป็นคำพูดได้ว่ามันคืออะไร ก็คอมเมนต์หน่อยน้า หรือถ้าไม่อย่างนั้น ขอดาวก็ยังดีนะคร้าบบบ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

บรรยายไม่ได้อ่ะค่ะ
แต่รู้สึกได้ว่า...
"ช้่าๆได้พร้าเล่มงาม" embarrassed
Hot! Hot! Hot!
_______________________

งิ้ง...
ภาพประกอบน่ารัก >.<
(ออกแนวจะไม่สนบทความ)

#1 By Sana_by_lllmukoilll on 2009-03-24 23:26

ดูเหมือนว่าเธอคนนี้จะตรงข้ามกับพี่เลยทีเดียว
คนแบบนี้แหละที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงกว่า

big smile

สมัยพี่ทำงาน พี่ยังเรียนไม่จบเลยค่ะ แล้วเจ้านายก็พยายามยกตำแหน่งบริหารระดับสูงให้ตลอดหลายปีที่ทำงาน ซึ่งพี่ก็ปฏิเสธไปทุก ๆ ปี โดยให้เหตุผลว่าตัวเองไม่มีทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ ตำแหน่งต่าง ๆ ตกเป็นของเพื่อน ๆ ทุกคนตามลำดับ

บริษัทหลายแห่งก็ยื่นข้อเสนอที่ดีกว่าทั้งตำแหน่งและเงินเดือน แต่เพราะซื่อสัตย์เกินไป ทำให้ปฏิเสธเขาไปเสียหมด

มองย้อนหลังกลับไป ก็รู้สึกว่าตัวเองช่างขี้ขลาด

และผลก็ตอบสนองอย่างน่าหัวเราะแล้วในวันนี้

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

มีประโยชน์กับหนุ่มสาววัยทำงานมากจริง ๆ big smile
รู้สึกมันไม่ค่อยสัมพันธ์กับการได้หมีเท่าไรแฮะ..
มันเหมือนกันว่าได้'ที่ไหน' มากกว่าคำว่าได้'เมื่อไร' อะค่ะ
(แถมที่ไต้หวันก็ไม่มี รอไปก็ใช่ว่าจะได้?)

#3 By ☆[แป้ง].Haมmy*☆ on 2009-03-24 23:32

ขอบคุณมาก ๆ นะคะ
เป็นอีกคนที่พี่กล้าชมว่า เก่งทั้งสองภาษาโดยแท้จริง

พี่ชอบภาษาค่ะ และคิดว่ามันมีเสน่ห์มาก ๆ เมื่อเราใช้เป็นโดยแท้จริง big smile
จากคอมเมนต์ของคุณแป้ง ผมขอตีความอย่างนี้นะครับ
1. เขาได้เป็นผู้บริหารระดับกลางตั้งแต่อายุ 26 และเกือบได้เป็นผู้บริหารระดับสูงเมื่ออายุ 32
2. เขาจะลาออกเพราะผิดหวัง เมื่อรู้ว่าพลาดตำแหน่ง "ไม่ได้" ในสิ่งที่อยากได้ในขณะนั้น
3. เขาไปเที่ยวยุโรป และ "ได้" ในสิ่งที่อยากได้ ตั้งแต่เริ่มทริป
4. เขาประสบปัญหามากมาย กับสิ่งที่ "ได้มา" และ "ทิ้งไม่ลง"
5. เขาได้แง่คิดว่า แม้จะเป็นสิ่งที่อยากได้เหลือเกิน แต่ถ้าได้ "เร็วเกินไป" ใช่ว่าจะดีเสมอไป
6. เขาย้อนคิด แม้จะไม่ได้ตำแหน่งนี้ในตอนนี้ แต่งานนี้ก็ยังเหมาะสมกับตัวเอง ทำไมต้องลาออกด้วยเรื่องแค่นี้
7. วันนี้เขาก็เป็นผู้บริหารสูงสุดแล้ว

จากนัยทั้งหมดข้างต้น ไม่อาจโยงไปยังเหตุการณ์ที่ต่างกรรมต่างวาระได้เลย แต่เป็นจังหวะหนึ่งในชีวิต (ที่เกิดขึ้นจริง) และกระตุ้นเตือน ให้แง่คิดกับตัวเอง แบบปิ๊งๆ ในตอนนั้นมากกว่าครับ

อาจใช้กับคนอื่นไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่สำหรับเพื่อนของคุณโหวคนนี้ มันก็ปิ๊งๆ พอดี และผมคิดว่า มัน "เหมือน" ให้แง่คิดยังไงกับผมเหมือนกัน แต่ผมก็บอกไม่ถูกอ่ะ

ไม่รู้ต้องรอให้บทเรียนเกิดกับตัวเองในอีกรูปแบบหนึ่งก่อนหรือเปล่านะ แหะๆ

(แบบ พี่คอมเมนต์ที่สอง ก็เป็นอีกคนละประสบการณ์)

ขอบคุณที่แลกเปลี่ยนมุมมองครับ confused smile

#5 By Beermyself on 2009-03-24 23:53

ขออนุญาตใช้ช่องความคิดเห็นแบบสิ้นเปลืองนะคะ

คือพี่ตื่นเต้นจริง ๆ ที่พบคนที่สามารถแปลออกมาได้ดีจริง ๆ (สามารถใช้ภาษาไทยได้ดีมาก ๆ)

พี่บ้าภาษาจริง ๆ น่ะ sad smile

พี่อ่านที่น้องช่วยแปลให้ พี่ก็รู้เลยว่าน้องนี่แหละที่แปลตรงใจพี่ที่สุด เพราะอย่างที่บอก พี่เปิดพจนานุกรมทุกตัวเพื่อแปลเพลงนี้ เนื่องจากไม่เคยเรียนมาก่อน ดังนั้นพี่รู้ความหมายเป็นตัว ๆ ทุกตัวนะ แต่โยงเป็นประโยคไม่ถูก

ขอบคุณจริง ๆ สำหรับความกรุณา (ไม่เคยอยากรบกวนใครเลย เกรงใจจริง ๆ ) sad smile
ฉันคิดว่า เดิมเธอคงเป็นคนที่มีความสามารถมาตลอด

่ขณะที่เจอตุ๊กตาหมี อยู่ในบรรยากาศความอึดอัด ขัดใจจากที่ทำงาน เมื่อเจอสิ่งที่แปลกสะดุดตา น่าไขว่คว้า ก็อาจเกิดความมรู้สึกกว่างานนี้ท้าทายความสามารถดี ต้องการได้มา ต้องทำให้สำเร็จ
(คิดว่าปกติเธอไม่ชอบตุ๊กตาหมี เพราะถ้าชอบ จะรู้สึกเป็นสุขกับมันตลอด จะไม่บ่นสักคำ จะรักและหวงแหน)

แต่อีกส่วนหนึ่ง คงเป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่อการกระทำ จึงไม่อาจทิ้งตุ๊กตาหมีนั้นได้ ต้องหอบหิ้วกันไปตลอด

ตาของตุ๊กตาหมีมักแสดงออกถึงความอ่อนโยน น่ารัก ใครสบตาแล้ว อดรักไม่ได้ ..อิอิ

ส่วนที่ได้จากข้อความนี้...

เมื่อมีปัญหาหนัก ๆ เราาต้องรู้ตัวเองว่าขณะนี้เราอาจจะมีสติไม่เต็มร้อย จะทำอะไร ต้องค่อย ๆ ตัดสินใจ เมื่อตัดสินใจเร็วและขาดความรอบคอบ อาจจะเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้

ขอบคุณที่นำมาเผยแพร่ค่ะ
Hot! Hot! Hot!

#7 By peewa on 2009-03-25 07:59

เป็นเรื่องที่ให้แง่คิดดีมากนะครับ
จังหวะ และโอกาสที่เราได้รับ
บางทีก็ไม่ได้เข้ามาถูกต้องเสมอไป
เพราะบางครั้งก็ทำให้เป็นภาระ
ก็อาจจะเป็นสุขลาภ ทำให้พะวงกับเรื่องที่ได้รับ
ขอบคุณนะครับ ที่นำมาแปลให้อ่าน

Hot! Hot! Hot!

#8 By อากาศกวี on 2009-03-25 08:40

พออ่านจบ มันรู้สึก...บรรยายไม่ถูก

สิ่งรอบข้าง ทำให้เราเรียนรู้ได้ นี่มันสุดยอดจริงๆ เอนทรีย์นี้ลุกซึ้งสุด (ชักบรรยายไม่ถูกแล้ว)sad smile


Hot! Hot! Hot!

#9 By ฉัน ชื่อ ยีน on 2009-03-25 09:30

ตอบ :

แล้วจะรีวิวตอนหลังงานหนังสือน่ะค่ะ confused smile

#10 By ฉัน ชื่อ ยีน on 2009-03-25 20:01

อืม จริงครับ อืม...Hot!
พี่เบียร์ค่ะ

งานหนังสือนี้พี่เบียร์จะไปรึเปล่าค่ะ

หนูตกหลุมรักงานเขียนของ โหวเหวินหย่ง แล้วละค่ะ

#12 By Blue (118.173.250.136) on 2009-03-27 00:36

ตอบ Blue ไปครับ ไปหลายวันอยู่เหมือนกัน
27 จะไปเป็นวิทยากรเรื่องการสอนภาษาจีนด้วยวิธีอันทันสมัย ของนานมีบุ๊คส์ด้วย
28 ก็ไป แต่ไปคุยลิขสิทธิ์กับสนพ. ต่างๆ
วันอื่น ก็ไปอีกหลายวันอ่ะ ไปเดินซื้อหนังสือให้ตัวเอง
เที่ยวนี้ไม่มีใครจ้างไปแจกลายเซ็น โฮะๆๆ เศร้า

ชอบโหวเหวินหย่ง เล่มไหนครับ เกิดมาซน ขาดว่าหายากแล้วนะ เพราะลิขสิทธิ์จะขาดแล้ว และหนังสือก็เหลือน้อยมาก แต่กำลังจะออกล็อตใหม่ๆ ในอีกหลายเดือนข้างหน้า

#13 By Beermyself on 2009-03-27 07:11

เกิดมาซนค่ะ

เหลือน้อยแล้วหรอค่ะ ><
แล้วบลูจะหาซื้อได้จากที่ไหนเนี้ย

อยากได้มากๆค่ะ

#14 By Blue (118.173.250.136) on 2009-03-27 16:47

ไม่อาจหาคำบรรยาย แต่อยากได้หมีมั่งจัง cry

#15 By N@Ni (58.8.154.69) on 2009-03-30 20:23

ทุกสิ่งทุกอย่างมีเวลาของมันซินะค่ะ

ดีจังค่ะ Hot!


ขอบคุณนะค่ะที่แปลให้อ่านbig smile

#16 By finch on 2009-04-01 11:50