โหวเหวินหย่ง ได้เร็วเกินไป
posted on 24 Mar 2009 23:16 by be-beer in Hou-Wenyung
บล้อกในส่วนนี้ เป็นเนื้อหาที่จขบ. ได้ขออนุญาตจากนักเขียนชาวไต้หวัน โหวเหวินหย่ง
นำมาแปลเป็นภาษาไทย สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่ติดตามผลงานของคุณโหวเช่นกัน
ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับบทความของคุณโหวมากขึ้น
และให้ท่านทั้งหลายที่ยังไม่รู้จักคุณโหว ได้สัมผัสประสบการณ์และแนวคิดดีๆ ที่มีประโยชน์
จากข้อเขียนเหล่านี้
รวมทั้งผู้ที่หัดเรียนภาษาจีน "ตัวย่อ" สามารถเปิดลิงค์ต้นฉบับ เพื่อนำมาเปรียบเทียบก็ได้
เรื่องต่อไปนี้ ได้ยินมาจากเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ปัจจุบันเธอเป็นผู้จัดการใหญ่ของธุรกิจยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง
สมัยฉันเป็นสาว มีความทะเยอทะยาน กระตือรือร้นสูง เพิ่งอายุยี่สิบหก ก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ในสมัยนั้นถือเป็นเรื่องที่ผิดวิสัยมาก ตามระบบบริษัทของเรา อายุสามสิบห้าได้เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ก็ถือว่าเร็วมากแล้ว
ตั้งแต่ฉันเป็นผู้ช่วยผู้จัดการตอนอายุยี่สิบหก จนกระทั่งสามสิบเอ็ด ก็ยังไม่ได้เลื่อนขั้นอีกเลย อุตส่าห์รอจนกระทั่งอายุสามสิบสอง มีโอกาสได้ขึ้นเป็นรองผู้จัดการใหญ่ แต่ผู้บริหารระดับสูงกลับอ้างเหตุผลเรื่องวัฒนธรรมองค์กรและคนอายุน้อยจะใจร้อนบุ่มบ่ามเป็นต้น และเลื่อนขั้นให้กับคนอีกคนหนึ่ง ที่ฉันไม่ยอมรับในความสามารถ ตอนนั้นฉันโมโหมาก วันรุ่งขึ้นก็ยื่นใบลาออก แต่ใบลาออกก็ถูกตีคืนกลับมาอย่างรวดเร็ว ผู้จัดการใหญ่เรียกฉันเข้าไปพบ บอกว่า
“คุณไปพักร้อนสักสองอาทิตย์เถอะนะ มีเรื่องอะไรเอาไว้ไปเที่ยวกลับมาแล้วค่อยว่ากันใหม่”
ความจริงฉันกระหายอยากจะทิ้งงานในมือออกไปเที่ยวตั้งนานแล้ว วันรุ่งขึ้นฉันจึงขอให้บริษัททัวร์ช่วยจัดแจงที่พักที่กินให้ทันที ฉันตั้งใจเริ่มต้นแบ็กแพกจากเมืองปราก (สาธารณรัฐเช็ก) เรื่อยไปยังเวียนนา ซาลซ์บูร์ก (ออสเตรีย) และมิวนิค เรื่อยไปทางตะวันตก วันรุ่งขึ้น ฉันก็บินมาถึงเมืองปราก
เมื่อถึงเมืองปราก เข้าที่พักเรียบร้อย ก็ออกมาเดินเล่น พอออกมาเท่านั้น ฉันก็เจอกับตุ๊กตาหมีตัวนั้นทันที มันเป็นตุ๊กตาหมีที่ตัวสูงกว่าฉันเสียอีก ขนปุกปุย ดวงตาบ้องแบ๊วใสซื่อ น่ารักที่สุดในโลก ฉันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เหมือนถูกสะกด พอถามเจ้าของร้าน จึงรู้ว่าตุ๊กตาหมีตัวนี้เป็นรางวัลที่หนึ่งของเกมปาเป้า ต้องปาให้โดนใจกลางสีแดงสามดอกถึงจะได้ ไม่มีขาย ฉันถอนใจเฮือกหนึ่ง นึกในใจว่าใครจะทำได้ ปาเข้าเป้าสามครั้งติด หมุนตัวเดินจากมา แต่เพิ่งเดินได้สองก้าว ก็ย้อนกลับมาใหม่อย่างไม่ยอมตัดใจ ฉันบอกตัวเองว่า อย่างน้อยก็ต้องลองดูสักหน่อยสิ
ค่าเล่นคือ หนึ่งดอลลาร์ต่อลูกดอกสี่ดอก ฉันก็ซื้อลูกดอกสี่ดอกมา พอปาเสร็จสี่ดอก อย่าว่าแต่กลางเป้าเลย แม้แต่เป้ายังปาไม่โดนสักดอก แต่ก็แปลก หลังจากปาครบสี่ดอก ฉันเกิดรู้สึกว่า เหมือนจะรู้แล้วว่าต้องปายังไงให้เข้าเป้า ฉันจึงซื้อเพิ่มอีกสี่ดอก ออกแรงปา ความรู้สึกฉันไม่พลาด เข้าเป้าเต็มๆ สามดอก ดอกที่ไม่เข้าเป้า ก็ห่างกันแค่นิดเดียวเท่านั้น
“ฉันชนะแล้ว” ฉันตื่นเต้นจนทั้งร้องทั้งกระโดด “ชนะแล้ว เย่!” แม้แต่เจ้าของร้าน ยังมองฉันด้วยสายตาแบบเหลือเชื่อ
แล้วก็นั่นแหละ ฉันอุ้มน้องซุปเปอร์หมีเดินเตร่ไปเตร่มาทั่วเมืองปราก ใครๆ ก็มองฉัน ตอนแรกฉันก็อดชื่นชอบสายตาแบบนั้นไม่ได้ แต่ไม่นานเท่าไหร่ ฉันก็รู้สึกได้ว่า งานเข้าแล้ว ฉันอุ้มตุ๊กตาหมีไปยังไปรษณีย์ พยายามจะส่งพัสดุกลับไต้หวัน ฉันกับพนักงานไปรษณีย์ชาวเช็ก ส่งภาษามือกันยกใหญ่ อีกทั้งชั่งทั้งวัดกันอีกครึ่งค่อนวัน จนกระทั่งฉันเห็นใบเสนอราคานั่นแหละ ตัวเลขโดยละเอียดฉันจำไม่ได้แล้ว เอาเป็นวันมันเป็นราคาที่ฉันแทบจะเป็นลมก็แล้วกัน
ฉันอุ้มตุ๊กตาหมีกลับออกมาจากไปรษณีย์ ค่าส่งนั้นเพียงพอให้ฉันกลับไปซื้อตุ๊กตาไซส์เดียวกันที่ไต้หวันได้ถึงสิบตัว ปัญหาคือ ตุ๊กตาหมีในไต้หวันไม่น่ารักเท่าตุ๊กตาหมีของยุโรป อีกอย่าง การทิ้งตุ๊กตาน่ารักขนาดนี้ไว้ในยุโรป มันทำให้เกิดความรู้สึกผิดเหมือนกับการฟันแล้วทิ้ง ยังไงไม่รู้
ฉันจึงจำต้องบากหน้ากรำแดดอันหฤโหดของท้องฟ้ายุโรป ออกเดินทางตั้งแต่ปราก เวียนนา ซาลซ์บูร์ก เที่ยวไปจนถึงมิวนิก ตลอดทางต้องอุ้มตุ๊กตาหมีไปด้วย ตัวตุ๊กตาทั้งอ้วนทั้งยาว ไม่มีทางพับได้อยู่แล้ว จับลงกล่องก็ไม่ได้ ส่งใต้ท้องเครื่องก็ไม่ได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะโดยสารยานพาหนะอะไร ฉันก็ต้องปวดหัวกับมันตลอด แม้กระทั่งถูกบังคับให้ต้องซื้อตั๋วให้กับตุ๊กตา บ่อยครั้งที่ฉันต้องหมดเรี่ยวหมดแรง แล้วยังต้องคอยระวังไอ้เด็กตัวแสบทั้งหลายที่จ้องจะพุ่งมาลูบๆ คลำๆ มันอยู่ตลอดเวลา สรุปคือ ทัวร์ยุโรปทริปนี้ ทำเอาฉันย่ำแย่ปางตาย!
ที่แปลกก็คือ เนื่องจากการทรมานทรกรรมครั้งนั้น กลับทำให้ฉันรู้สึกปลอดโปร่ง หมดพักร้อนกลับมาทำงานวันแรก ผู้จัดการใหญ่ก็เรียกฉันไปพบ
“ได้เจออะไรที่ยุโรปบ้างล่ะ” เขาถาม
“เยอะแยะ”
“ได้อะไรบ้างไหม”
ฉันเล่าเรื่องตุ๊กตาหมีของฉันให้เขาฟัง “ฉันคิดตกเรื่องหนึ่งแล้ว” ฉันพูด
“หืม”
“ฉันคิดว่า” ฉันพูดต่อ “ของบางอย่างแม้จะใฝ่ฝันอยากได้มา แต่การได้มาเร็วเกินไป เกรงว่าก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเหมือนกัน”
ผู้จัดการหัวเราะลั่น “ดังนั้น” เขาพูด “คุณตัดสินใจอยู่ทำงานต่อแล้วสินะ”
ฉันพยักหน้า เขาตบไหล่ฉันทีหนึ่งอย่างมั่นใจ แล้วปล่อยฉันออกมา
ขณะเดินออกมาจากห้องผู้จัดการใหญ่ ฉันคิดในใจว่า ความจริงฉันก็เหมาะสมกับงานนี้ดี ดังนั้น ฉันจึงทำงานต่อไป จนถึงบัดนี้
ปล.
อ่านแล้วเหมือนได้ประโยชน์ลึกๆ ยังไงไม่รู้เหมือนผมหรือเปล่าครับ ถ้าคุณบรรยายเป็นคำพูดได้ว่ามันคืออะไร ก็คอมเมนต์หน่อยน้า หรือถ้าไม่อย่างนั้น ขอดาวก็ยังดีนะคร้าบบบ
จาก 原文出自 侯文詠的博客
ปล.
อ่านแล้วเหมือนได้ประโยชน์ลึกๆ ยังไงไม่รู้เหมือนผมหรือเปล่าครับ ถ้าคุณบรรยายเป็นคำพูดได้ว่ามันคืออะไร ก็คอมเมนต์หน่อยน้า หรือถ้าไม่อย่างนั้น ขอดาวก็ยังดีนะคร้าบบบ
(Chinese)
(วานวาน Chinese)

แต่รู้สึกได้ว่า...
"ช้่าๆได้พร้าเล่มงาม"
_______________________
งิ้ง...
ภาพประกอบน่ารัก >.<
(ออกแนวจะไม่สนบทความ)
#1 By Sana_by_lllmukoilll on 2009-03-24 23:26