โหวเหวินหย่ง mom money&me

posted on 31 Mar 2009 18:05 by be-beer in Hou-Wenyung

บล้อกในส่วนนี้ เป็นเนื้อหาที่จขบ. ได้ขออนุญาตจากนักเขียนชาวไต้หวัน โหวเหวินหย่ง
นำมาแปลเป็นภาษาไทย สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่ติดตามผลงานของคุณโหวเช่นกัน
ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับบทความของคุณโหวมากขึ้น

และให้ท่านทั้งหลายที่ยังไม่รู้จักคุณโหว ได้สัมผัสประสบการณ์และแนวคิดดีๆ ที่มีประโยชน์
จากข้อเขียนเหล่านี้

รวมทั้งผู้ที่หัดเรียนภาษาจีน "ตัวย่อ" สามารถเปิดลิงค์ต้นฉบับ เพื่อนำมาเปรียบเทียบก็ได้

 Mom & Money & Me

ยุคนี้ ใครๆ ต่างก็อิจฉาคนที่เกิดอยู่ในบ้านคนรวย แต่ต่อให้คนที่เกิดอยู่ในกองทองแท้ๆ ก็มีช่วงที่ขัดสนเงินทองเหมือนกัน เรื่องต่อไปนี้ เป็นเรื่องเล่าที่เพื่อนของผมคนหนึ่งเล่าให้ฟัง เธอเป็นลูกสาวตระกูลนักธุรกิจที่โด่งดัง

 


ตั้งแต่เด็กแล้ว ไปโรงเรียนก็มีคนขับรถรับส่ง ปกติอยู่กับบ้าน ก็มีอาจารย์พิเศษมาสอนถึงที่ ตั้งแต่เรียนเปียโน เรียนภาษาอังกฤษ หัดว่ายน้ำ จนถึงการเขียนพู่กันจีน ในบ้านจะมีแม่บ้านคนใช้ประจำตำแหน่งต่างๆ ตอนแรกฉันนึกว่าทุกๆ คนในโลกก็เป็นอย่างนี้กันทั้งนั้น ภายหลังถึงรู้ว่าไม่ใช่ “มีเงิน” ทำให้ฉันเข้ากับเพื่อนๆ ไม่ได้ เพื่อนคนอื่นๆ เขาเดินมาโรงเรียนกัน แต่คนขับรถที่บ้านฉันต้องขับรถเบนซ์คันเขื่องที่ทั้งใหญ่ทั้งเกะกะมารับส่ง ทุกครั้งฉันจะโวยวายขอลงจากรถตั้งแต่ยังไม่ถึงประตูโรงเรียน คนขับรถจนปัญญา จึงยอมปล่อยฉันลง แต่ก็ยืนรออยู่ตรงนั้น จนกระทั่งฉันเดินหายลับเข้าไปในประตูโรงเรียนแล้วจึงจะยอมกลับ

ทุกครั้งฉันจะประท้วงกับคุณแม่ คุณแม่ก็บอกว่า “มันก็เพื่อตัวหนูเองนั่นแหละ ใครไม่รู้บ้างว่าบ้านหนูรวยแค่ไหน โจรเรียกค่าไถ่ไม่จับหนู จะจับใคร”

ฉันค่อยๆ โตขึ้น ยิ่งโตก็ยิ่งไม่ชอบสิ่งแวดล้อมอย่างที่เป็นอยู่ ทุกครั้งฉันมักจะพูดตามใจปากว่า “แม่นะ คำก็เงิน สองคำก็เงิน นอกจากเงินๆ ทองๆ แม่มองไม่เห็นอย่างอื่นแล้วหรือไง”

คุณแม่ก็จะยิ่งโกรธจัด ด่าฉันว่า “ลูกพูดอย่างนี้ได้ยังไง คุณหนูใหญ่ ไหนจะเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ เรียนเปียโน หัดว่ายน้ำ เรียนพู่กันจีน ซื้อเสื้อผ้า นั่งรถ... อะไรบ้างที่ไม่ใช้เงิน”

ฉันก็ย้อนว่า “แม่ว่าหนูเป็นคุณหนูใหญ่เหรอ แม่เคยถามหรือเปล่าว่าหนูอยากเป็นคุณหนูใหญ่หรือเปล่า หนูเคยมีสิทธิ์เลือกด้วยหรือ เงินเงินเงินเงินเงิน แม่พูดเป็นแต่เงิน... หนูเกลียดเงิน”

คุณแม่ยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่ ลืมตาโต พูดว่า “ไหนแกพูดใหม่อีกครั้งซิ”

“หนู เกลียด เงิน!” ฉันพูดซ้ำอีกครั้งจริงๆ

นับตั้งแต่ทะเลาะกันคราวนั้น คุณแม่ก็ตัดสินใจไม่ให้เงินฉันใช้อีกเลย เพื่อให้ฉันลองลิ้มรสชาติของการไม่มีเงิน
ฉันทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ก็วิ่งไปขอตังค์คุณพ่อ ปรากฏว่าคุณพ่อไม่ยอมให้ ซ้ำยังเกลี้ยกล่อมให้ฉันไปขอโทษคุณแม่ ฉันย่อมไม่มีทางไปขอโทษอยู่แล้ว ดังนั้นจึงใช้สมอง เริ่มหางานพิเศษทำ

เริ่มจากฉันเปิดสอนเปียโนที่บ้าน รับนักเรียนประถมสองสามคน สอนเปียโนอยู่กับบ้านทุกวัน สอนได้ไม่ถึงเดือนลูกศิษย์ของฉันก็ถูกคนแม่ไล่ออกไปหมด


ฉันประท้วง “นี่ก็เป็นบ้านของหนูเหมือนกันนะ แม่มีสิทธิ์อะไรมาไล่ลูกศิษย์ของหนู”

“ขำตายแหละ บ้านสกุลจ้าวเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่โตขนาดไหนในไต้หวัน แต่ลูกสาวต้องมาเปิดสอนเปียโนในบ้านเพื่อหาเงิน เรื่องอย่างนี้ถ้าลือออกไป แกจะให้พ่อแกเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

ฉันเบ้ปาก นึกในใจ ไม่ยอมให้สอนที่บ้านใช่ไหม งั้นไปสอนนอกบ้านก็ได้ ชิ

ต่อมาฉันก็มีโอกาสไปสอนพิเศษตามบ้าน โดยปกปิดที่บ้านเอาไว้ สัปดาห์หนึ่งสอนสองคืน โดยไปสอนเปียโนที่บ้านของลูกศิษย์

เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหายุ่งยากที่ไม่จำเป็น ฉันบอกกับผู้ปกครองของเด็กว่าฉันเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ ต้องทำงานพิเศษเพื่อเป็นค่าเทอม...

สอนได้สองเดือนกว่า ฉันนึกว่าไม่มีใครรู้ กระหยิ่มยิ้มย่อง คิดไม่ถึงว่ามีอยู่วันหนึ่ง ขณะกำลังสอนเปียโนอยู่ เพื่อนของผู้ปกครองมาเยี่ยมที่บ้านพอดี ผู้ปกครองก็พาเขาเข้ามาชมห้องเปียโน

“จะแนะนำให้รู้จัก”

พอได้ยินเสียงผู้ปกครอง ฉันก็หมุนตัวไป พอเห็นเพื่อนของผู้ปกครองเท่านั้น หัวใจของฉันแทบจะเต้นออกมาจากปาก ใครจะไปรู้ว่า “เพื่อน” ที่ว่ามิใช่ใครอื่น แต่เป็นพระมารดาของฉันนั่นเอง!

“นี่คือมิสจ้าวนะ” ผู้ปกครองของลูกศิษย์ฉันชี้มาทางฉันแล้วพูด “มิสจ้าวยังเรียนหนังสืออยู่ในมหาวิทยาลัย ฐานะทางครอบครัวไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เป็นคนขยัน นี่ก็ทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียน...”

ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ มองเห็นสีหน้าของคุณแม่ ประเดี๋ยวแดง ประเดี๋ยวเขียว ฉันรู้สึกได้ว่าคุณแม่แทบจะเป็นล้มคาที่อยู่รอมร่อแล้ว ฉันกล้าสาบานกับฟ้าเลยว่า ฉันเคยพูดเรื่อง “หาเงินจ่ายค่าเทอม” จริงๆ แต่เรื่อง “ฐานะทางครอบครัวไม่ค่อยดีเท่าไหร่” รับรองได้ว่าเป็นการใส่สีตีไข่เอาเองของผู้ปกครองคนนั้นร้อยเปอร์เซ็น ฉันก้มหน้าลง เตรียมพร้อมถูกด่าหรืออาจจะเป็นอะไรก็ได้ที่เลวร้ายที่สุด

รอจนกระทั่งผู้ปกครองแนะนำตัวเสร็จ ผิดคาดที่สุด ก็คือฉันได้ยินเสียงคุณแม่ของฉันพูดอย่างสุภาพว่า “มิสจ้าว สวัสดีค่ะ”

ฉันเงยหน้าขึ้นมองคุณแม่ตาแทบถลน

“ส่วนนี่คือคุณนายจ้าว” คุณผู้ปกครองแนะนำคุณแม่ของฉันต่อ “บังเอิญจริงๆ พวกคุณแซ่จ้าวเหมือนกันเลย”
ถัดมาฉันก็ได้ยินเสียงของตัวเองพูดว่า “คุณนายจ้าว สวัสดีค่ะ”

คุณแม่ของฉันเป็นคนยื่นมือออกมาก่อน “ยินดีที่ได้พบค่ะ” เธอพูด

“ยินดีเช่นกันค่ะ” ฉันก็ตอบกลับ

ฉันสาบานว่า ชั่วชีวิตนี้ฉันไม่เคยรู้สึกพิลึกพิลั่นขนาดนี้มาก่อนเลย จากนั้นเราสองคนก็เป็นเหมือนคนแปลกหน้า ต่างฝ่ายต่างจับมือของอีกฝ่ายอย่างมีมารยาท

 

จาก 原文出自 侯文詠的博客  

Comment

Comment:

Tweet

มารดน้ำสงกรานต์ล่วงหน้าค่ะ ขันน้ำ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ big smile

#9 By Mrs. Holmes on 2009-04-08 17:20

ไม่เข้าใจกัน น่าเสียดายนะคะ

มาสงกรานต์ สวัสดีปีใหม่ค่ะ
ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ

#8 By peewa 丕娃 on 2009-04-07 06:28

ไปคว้าหนังสือของเบียร์ที่บู๊ธนานมี...

คนไปด้วยตกใจใหญ่ นึกว่าจะเป็นแปลงร่างเป็นแม่ยกนักเขียนนักแปล question

#7 By Mrs. Holmes on 2009-04-05 22:58

คับ..เห็นทางพี่เจเล่าให้ฟังเหมือนกัน ก็ลุ้นอยุ่เหมือนกัน
ยินดีเป็นอย่างยิ่งคับconfused smile

#6 By อวดดี on 2009-04-02 12:23

อ่านแล้วรู้สึกดีจังค่ะ

การที่คนที่อยู่รายรอบด้วยเงิน แล้วคิดอย่างนี้ เจ๋งจริงๆ

Hot!

ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะค่ะ

#5 By finch on 2009-04-01 11:45

ตอนนี้ตัวเองไม่มีเงินจะใช้นี่

บอกตรงๆค่ะว่า อิจฉาพวกที่คนรวยมาก

แต่เพิ่งรู้ว่าเป็นคนรวยก็ไม่ได้มีความสุขไปซะทุกคนแหะ


คนที่จนก็ทุกข์เพราะอยากรวย
คนที่รวยก็ทุกข์ ไม่มีความสุข

เป็นเพราะคนเราไม่รู้จักพอใจในสิ่งที่ตนเองเป็นอยู่รึเปล่า

#4 By Blue (118.173.250.149) on 2009-04-01 05:03

เย้ !...

รอมาตั้งนาน
ในที่สุดพี่เบียร์ก็มาอัพซะที

#3 By Blue (118.173.250.149) on 2009-04-01 04:48

ตลกดีค่ะ

ถ้าเรามีเงินมาก แล้วลูกยังรู้จักคิดแบบนี้ก็ดีสิคะ

มาม้าของพี่ก็เป็นคนมีอารมณ์ขันมาก ๆ เหมือนกันค่ะ
แต่มาม้าไม่ใช่ภรรยาเจ้าสัวที่ไหนนะคะ question

ขอบคุณมากค่ะที่แปลมาให้อ่าน Hot! Hot! Hot! big smile

#2 By Mrs. Holmes on 2009-03-31 22:12

ุุคนมีอยากไม่มี คนไม่มีก้ออยากมี
ถ้ามีเงิน มู๋คงไม่เกลียดเงิน question
เพราะตอนนี้มู๋ไม่มี...
ฮี่ฮี่

(แอบให้Hot!อย่าบอกใครนะคะcry)

#1 By Sana_by_lllmukoilll on 2009-03-31 20:27