โดย: วรวิช ทรัพย์ทวีแสง 
 
 ผู้ชายเหมือนระเบิด (ความสุขกำลังจะมา) ฟังชื่อแล้วกระเดียดไปทางหนังสือรวมบทความแฉผู้ชาย ผลงานของนักเขียนหญิงฝีปากจัดจ้านซึ่งถูกผู้ชายทิ้งระเบิดใส่แล้วจากไป เหลือไว้เพียงความเจ็บปวดที่ฝังใจจึงต้องหาทางระบายออกมา จนกลายเป็นหนังสือแฉเรื่องจริงของผู้ชายเล่มนี้ อะไรทำนองนั้น 
 
 ก่อนที่จะเตลิดไปมากกว่านี้ต้องขอหยุดจินตนาการเกี่ยวกับชื่อไว้เพียงเท่านี้ เพราะนี่คือชื่อของนิยายรักสัญชาติไต้หวันผลงานของนักเขียนหนุ่มนามว่า หวงเยวี่ยน แต่หากจะขนานนามเขาให้ถูกต้องสำหรับการทำงานในหนังสือเล่มนี้ เขาคือ ผู้บันทึก มากกว่า เนื่องจากเรื่องราวและเหตุการณ์ในหนังสือเล่มนี้ถูกถอดความมาจากเรื่องจริงถึง 95 เปอร์เซ็นต์มีเพียงชื่อตัวละครบางตัวเท่านั้นที่เจ้าตัวอยากให้ปกปิดไว้ด้วยนามแฝง 
 
 เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้เขาได้มาจากเด็กหนุ่มในบาร์แห่งหนึ่ง ซึ่งกำลังเมาแอ๋พลางสบถสาบานโอดครวญถึงความเลวร้ายอันน่าอัปยศอดสูว่า ตนสมควรชดใช้กรรมที่ตนเองได้ก่อไว้ด้วยชีวิต หวงเยวี่ยนซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลเกิดความสงสัยจึงซักถามถึงเรื่องราวที่เป็นต้นสายปลายเหตุ 
 
 เด็กหนุ่มผู้นั้นเล่าเรื่องราวของเขาด้วยอาการเมาโดยที่ไม่ทราบว่า กำลังส่งเรื่องราวนั้นให้กับนักเขียนผู้กำลังหาพล็อตเรื่องดีๆ เพื่อเขียนนิยายสักเรื่อง ซ้ำยังเป็นนักจิตบำบัดผู้รับฟังปัญหาของผู้อื่นมานักต่อนักแล้ว เขายังคงระบายความกลัดกลุ้มอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมาถึงตอนที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มพอดิบพอดีเด็กหนุ่มผู้นั้นก็เมาสลบคาโต๊ะด้วยพิษสุรา 
 
 หวงเยวี่ยนตัดสินใจพาเด็กหนุ่มกลับไปยังที่พักของตนเองและหวังว่าเมื่อเขาตื่นขึ้นจะได้รับฟังเรื่องราวที่กำลังเข้มข้นนั้นต่อ แต่เด็กหนุ่มกลับจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่บาร์เมื่อคืนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แถมยังระแวงว่าที่หวงเยวี่ยนพาเขากลับมานั้นได้ทำมิดีมิร้ายเขาไปแล้วหรือเปล่า แต่เมื่อได้ฟังเรื่องราวที่เขาโวยวายเสียงดังจนคนในร้านจะพากันรำคาญ เด็กหนุ่มจึงเข้าใจสถานการณ์ของตนเอง 
 
 ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงเล่าเรื่องราวชีวิตของเขาโดยละเอียดจนเมื่อทราบในภายหลังว่าหวงเยวี่ยนเป็นนักเขียนจึงยินดีให้ถ่ายทอดเรื่องราวของเขาออกมาเป็นหนังสือ เมื่อหวงเยวี่ยนฟังจบเขาตัดสินใจที่จะแกะรอยเบาะแสจากเรื่องราวนั้นเพื่อตามหาผู้หญิงที่เกี่ยวข้องกับเด็กหนุ่มจนเจอ และเรื่องราวอีกครึ่งหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ก็ออกมาจากปากของเธอ 
 
 (ที่มาของเรื่องราวเหล่านี้ถอดความจากคำสัมภาษณ์ของหวงเยวี่ยนในวันเปิดตัวหนังสือภาคภาษาไทย จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ ฟรีฟอร์ม โดยมีคุณ อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี ผู้แปลหนังสือเล่มนี้เป็นล่าม) 
 
 เรื่องราวมะรุมมะตุ้มของความรักที่เกิดขึ้นในโลกยุคดิจิตอลเรื่องนี้ ความบังเอิญต่างๆ ที่เกิดขึ้น หากเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นผู้อ่านคงส่ายหน้าให้กับผู้ประพันธ์ว่า เป็นนักเขียนที่ช่างจินตนาการถึงเรื่องความรักที่เป็นไปไม่ได้เอาเสียเลย ไม่ต่างอะไรกับความเพ้อฝันของคนที่จมอยู่ในจินตนาการอันลวงตาของความรักจนขาดสติ ทว่าทั้งหมดนี้คือเรื่องจริง จึงทำให้ผู้อ่านมองนิยายหรือบันทึกความจริงเล่มนี้ด้วยสายตาที่ต่างออกไป ทำให้ติดตามเรื่องราวแบบอยากได้ใคร่รู้ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป สุดท้ายแล้วเรื่องทั้งหมดจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน 
 
 แต่ที่แตกต่างจากนิยายเรื่องอื่นๆ ก็คือ ผู้อ่านย่อมเกิดความติดค้างสงสัยหลังจากที่อ่านจบว่า ชีวิตจริงของบรรดาผู้คนที่อยู่ในหนังสือนั้นหลังจากสิ้นสุดบรรทัดสุดท้ายที่หวงเยวี่ยนบันทึกไว้แล้วได้ดำเนินต่อไปอย่างไร ไม่ต้องเอ่ยอ้างถึงอารมณ์ความรู้สึกที่บรรจุอยู่ในหนังสือเล่มนี้ เพราะมันก็ผสมปนเปทั้งสุข ทุกข์ เศร้า เหงา รัก คิดถึงคะนึงหา เจ็บปวด บอบช้ำไม่เกินเลยความจริงของชีวิตไปได้เลย 
 
 ภาษาเขียนที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อนและการแปลประโยคบทสนทนานั้นได้ถอดความออกมาเป็นคำแสลงและคำพูดดิบๆ ที่เราๆ ท่านๆ ใช้กันเป็นกิจวัตรในหมู่เพื่อนฝูง จึงทำให้เห็นภาพตัวละครหลักๆ ซึ่งยังถือว่าอยู่ในช่วงอายุวัยรุ่นได้ชัดเจน 
 
 และด้วยความที่เด็กหนุ่มเป็นนักศึกษาปริญญาโทสาขาปรัชญา เขาจะมีแง่คิดบางอย่างที่ทำให้ผู้อ่านได้เก็บเอาเป็นข้อคิดหรือคำคมติดตัวกลับไปไม่ทางตรงก็ทางอ้อม 
 
 สรุปแล้วหนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องรักน้ำเน่าประโลมโลก แต่ยังเป็นดั่งกระจกบานใหญ่ส่องสะท้อนสังคมอันสลับซับซ้อนและไม่สมประกอบ ที่มักเล่นตลกกับชีวิตและความรู้สึกของผู้คนในสังคมจนบอบช้ำไม่ต่างจากเรื่องราวในนิยายที่ใครๆ ว่าน้ำเน่าเลย 

 

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

 

ปล.

งานเข้าจนไม่มีเวลาดูแลบล้อกทั้งหลายเลย หาแต่ข่าวในเว็บเอามาแปะถูไถไปก่อน อย่าว่ากันเลยนะคร้าบบ

นิยายหวงเยวี่ยน ถัดจากเล่มนี้ "ฆ้อน กรรไกร กระดาษ" แปลเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจทานก่อนส่งบรรณาธิการครับ

วานวานเล่มล่า (เล่มหกสินะ) อีกยี่สิบหน้าเสร็จ สิ้นเดือนพฤษภาคม ต้องส่งเข้าสนพ.

ยังไงก็อย่าลืมอุดหนุนกันด้วยนะคร้าบบบ

Comment

Comment:

Tweet

^
^
^

อืม...

จะมีภาค 2 มั้ยเนี่ย

#6 By ton_ton_fat (210.4.151.12) on 2009-08-11 13:17

สวัสดีครับ คุณ ton_ton ไม่ได้คุยกันตั้งนาน
หนังสือเล่มนี้ หลายคนก็ถูกใจตอนจบ
แต่มันก็ปลายเปิดอยู่นะ

ตอนนี้สองพระ-นางในเรื่อง (ที่เป็นตัวจริง คนจริง) ก็ยังจีบๆ ง้อๆ กันอยู่ ที่อเมริกานะครับ ^^

#5 By Beermyself on 2009-08-10 21:04

อ่านจบแล้วค่ะ
ตอนแรกที่อ่านจบแล้วโดยรวมก็รู้สึกสนุกดี ฮาด้วย
เสร็จแล้วเอาให้พี่สาวอ่านด้วย
เวลามาคุยกันยิ่งเพิ่มความฮาได้อีกเยอะเลย
ชอบมากเลยdouble wink
พี่เอาไปอ่านที่ฟิตเนสด้วย แบบว่ากำลังเดินอยู่บนเครื่องออกกำลังกายพร้อมกับถือหนังสืออ่าน แล้วก็ยิ้ม.. แล้วก็หัวเราะ...คนเดียวด้วย เทนเนอร์แอบงงหัวเราะอะไรนักหนา
ส่วน ton_ton อ่านบนรถไฟใต้ดินก็เกือบเลยสถานีอ่ะ


ขอบคุณมากๆ ที่แปลได้สนุกโดนใจ big smile

#4 By ton_ton_fat (210.4.151.12) on 2009-08-10 20:16

Hi, Beer

I found you from NaNi's blog. And I would like to ask you to do some tranlation for Thai publishers. May I contact you by email? Thank you!

My email is naoko.lees@gmail.com

#3 By Naoko Lee (58.114.176.47) on 2009-06-14 11:58

หายไปนานจัง sad smile

แต่พี่ชอบนะ พี่ไม่ชอบให้ใครหมกอยู่หน้าคอมฯ
วุ่นอยู่กับอะไรแบบนี้ แบบพี่... 555 question

วันนี้คิดถึงเบียร์ big smile
เพราะหนังสือเรื่อง หัวใจกบฏ กับ โหวเหวินหย่ง
อยากแนะนำ เพราะรักนะ อยากให้เข้าใจ
แต่เขียนวิจารณ์หนังสือที่ตัวเองอ่านไม่เป็น
มันแบบ อืม... ถ้าอ่านจนจบ แสดงว่า
มันเป็นหนังสือที่ประทับใจจนเขียนออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ไง sad smile

แต่อยากเขียน ก็เลยอืม ตกใจว่าเบียร์หายไปนาน
ขอให้งานการเจริญรุ่งเรืองนะ big smile

#2 By Mrs. Holmes on 2009-06-11 10:19

ยินดีด้วยค่ะ

จริง ๆ เป็นแฟนตัวยงของฟรีฟอร์มอยู่แล้วด้วย question

เหมาะเลย question

#1 By Mrs. Holmes on 2009-05-28 12:38