วันนี้ค่อนข้างกระดี๊กระด๊า เพราะงานที่วางเป้าหมายเอาไว้สำหรับวันนี้ เสร็จแล้ว นั่นคือการแปลนิยายแฟนตาซีประหลาดเรื่องแรก ชุด "นรกซีรี่ส์" เล่มหนึ่ง จบลง (ทั้งซีรี่ส์มีตั้งสิบเล่ม) ตอนแรกจะเข็นออกเดือนตุลาคมสามเล่ม แต่ดูจากความสามารถในตอนนี้ ได้สองเล่มก็หรูแล้ว

หลังจากโอตาคุอยู่กับบ้านหลายวันจนไม่รู้รถที่จอดอยู่หายไปแล้วหรือเปล่า ก็ได้เวลาเอารถออกจากลานจอดเสียที เนื่องจากต้องส่งหนังสือตัวอย่างร่วมยี่สิบเล่มจากเมืองจีน ไปให้สนพ. (เขาตกลงซื้อขายกันเสร็จสรรพ แต่หนังสือส่งมาอยู่กับเรา) แบกขึ้นรถไฟฟ้าไม่ไหว จำต้องเอารถไปส่ง กว่าจะออกจากบ้านก็เกือบเที่ยง ไปถึงสนพ. ถนนสุขุมวิทที่ไม่น่าจะติดในช่วงเวลานี้ ก็พาลติดจนได้ แต่ก็ดี ไปถึงสนพ. บ่ายโมงกว่าๆ ได้เวลาคนเขาทำงานพอดี

ส่งหนังสือ ส่งสัญญา ส่งอินวอยซ์เรียบร้อย ก็เข้าฟิตเนส บังเอิญวันนี้น้าเอารถเข้าศูนย์ เลยได้จังหวะฝากรถไว้กับน้า ให้น้าเอากลับบ้านที่เอกมัย วันนี้จะได้กลับห้องด้วยรถไฟฟ้า แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาเอารถที่บ้าน เพื่อไปม.หัวเฉียว (มันใกล้กว่า)

เหตุที่ต้องการกลับรถไฟฟ้า ก็เพื่อแวะร้านคิโนะคุนิยะ เพื่อ... ซื้อหนังสือ "หัวแตงโม" โดยเฉพาะเลยครับท่าน

เหตุที่ต้องซื้อหัวแตงโมนะหรือ หึหึ ก็เพราะกำลังจะเจรจาซื้อขายกับสนพ.ไต้หวัน (ในที่สุด ก็มาถึงวันนี้ที่รอคอย) หลังจาก "หมูบินได้" เหลือแต่กระบวนการเซ็นสัญญา ก็ถึงเวลาเจรจารายละเอียดหนังสือชุดหัวแตงโมซะที

ตอนแรกเขาเห็นเพียงเล่มหนึ่ง มีความไม่เข้าใจหลายอย่าง ก็แน่ละ หนังสือชุดนี้ต้องอ่านให้ครบสี่ซีก มันจึงจะ "กลม" อ่านแค่เล่มเดียว ก็ย่อมงง มองไม่เห็นภาพรวม พุธนี้จึงมีการนัดหมาย ต้องโทร.ข้ามประเทศ (ผ่าน skype) เพื่อเล่าความ "หัวแตงโม" ให้บรรณาธิการของเขาฟัง ว่าทั้งสี่เล่มภาพรวมเป็นอย่างไร

หึหึ แต่จขบ. ไม่มีในมือสักเล่ม ส่งให้คนแปลไปแปล กับน้องยืมไป (เพิ่งนึกได้ว่าน้องยืมไป) ครั้นจะไปขอจากพี่โตโต้อีกนะรึ ก็เกรงใจ เพราะเป็นชาติแล้ว ยังขายไม่ออกสักที พี่แกก็เคยให้มาแล้ว (ไอ้ที่น้องยืมไปนั่นแหละ) จึงจะขวนขวายไปหาซื้อเองสักหน่อย ไหนๆ ก็คนกันเอง ต้องอุดหนุนอยู่แล้ว แต่ก็นั่นแหละครับ เมื่อถ่อไปถึงคิโนะฯ สยามพาราก้อน (รวมถึงร้านนายอินทร์ข้างๆ ด้วย) มันก็เหลือแค่เล่ม 3-4 ส่วนเล่ม 1-2 นั้นหรือ หึหึ

"หมดไปห้าเดือนแล้วค่ะ สั่งของไม่ได้เลยค่ะ"

หึหึ พี่โตโต้ หึหึ

สรุป ได้มาแค่เล่มสามนะคร้าบ (เพราะเล่มสี่ ไปยืมก้อยได้)

เอ๊ะ หัวแตงโมนิสัยไม่ดี ริอ่านสูบบุหรี่รึ ตัวอย่างไม่ดีของเยาวชนจริงๆ (ฉึก... แทงด้วยมีดที่มองไม่เห็น)

อ้าว ที่แท้ก็กินมาม่าอยู่นั่นเอง ฮ่วย ทำให้เข้าใจผิดหมด นิสัยไม่ดีจริงๆ (ฉึกอีกที ด้วยมีดที่มองไม่เห็น)

ทีนี้ มาถึงสยามฯ ทั้งที เย็นๆ แบบนี้กลับมาหมอชิตเพื่อมาแถวหน้าเมเจอร์รัชโยธิน รถมันก็ติด จึงไม่อยากรีบกลับ ฉวยโอกาสเดินสยามฯ สักหน่อย รวมทั้งจ่ายเงินค่าโทรศัพท์มือถือเสียด้วย เริ่มสังเกต (ตั้งแต่นั่งรถไฟฟ้าแล้ว) คนใส่หน้ากากกันเยอะมาก มีคนนึง ใส่หน้ากากหน้ายิ้ม (แบบดีแทค) ด้วย อารมณ์ดีจริงจิ๊ง แล้วเจลล้างมือก็มีให้เห็นให้กดใช้กันหลายที่ ในศูนย์ดีแทคของสยามพาราก้อน ก็มีให้ใช้ ห้องน้ำในสยามพาฯ ก็มี (แต่ตอนที่ไปกด ดันหมดซะแล้ว)

ยังไงก็อย่าไว้ใจมันนะครับ อย่าไปเชื่อรัฐบาลเลย ผมว่า ไอ้ "ไม่อันตราย" น่ะ หึหึ ลองเป็นกับตัวดูสักครั้งสิ จะอันตรายไหม รักษาสุขภาพให้แข็งแรงเข้าไว้นะครับ

 

วันนี้ไปเยี่ยมลูกๆ กับหลานๆ มา "ฆ้อน กรรไกร กระดาษ" "วางลงก็เป็นสุข" "จอมคาถามหาติงต๊อง 4-5" จะเหลือที่ยังไม่มาวางก็คือ "อพาร์ตเมนต์ฮวงชุน" โพสต์บุ๊คนี่ชักช้าจริงๆ เฮ้ออ

 

เอาล่ะ มาถึงเรื่องที่น่าตื่นเต้นกันดีกว่า

ตรงข้ามสยามดิสคัฟเวอร์รี่ มีโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่ง (ใครรู้บ้างมันชื่ออะไร) ข้างล่างมักมีสินค้ามาขายลดราคาบ่อยครั้ง ครั้งก่อนเคยไปซื้อดีวิดี (ลิขสิทธิ์) ลดราคามาล็อตใหญ่ไปทีหนึ่งแล้ว คราวนี้เห็นแว่บๆ ว่ามาตั้งแผงขายหนังสือ จึงเดินข้ามไปดู ก็พบว่า มีหนังสืออยู่สองราคา มาลดกระหน่ำกันอยู่ (เก่าแล้วแหละ แต่ก็ยังโอเค) ได้แก่ 35 บาท (สามเล่มร้อย) กับ 60 บาท

ไม่รู้มีใครเป็นแฟนของ "รหัสคดี" บ้างไหมนะ มีเยอะมาก เหลือเล่มละ 60 บาท

ส่วนผมเอง ก็ไปจกมาสามเล่มด้วยกัน เดี๋ยวจะให้เหตุผล หึหึ มาดูกันก่อน ว่ามีอะไรบ้าง

อันนี้จับเป็นเล่มแรกครับ เพราะไหนๆ ก็ลดซะขนาดนี้ อยากหาอ่านนิยายเด็กของฝรั่งดูบ้าง ที่สำคัญคือ ระหว่างตรวจงาน "จอมคาถาฯ" เล่มสี่ มีราชาศัพท์แบบเจ้าๆ เล็กน้อย จึงอยากหาอ่านสำนวนคนอื่นดูบ้าง แล้วก็ ฮ่าๆ จะเล่าให้ฟัง

พล็อตเรื่องคร่าวๆ คือ ณ ประเทศหนึ่ง พระราชินีไม่สามารถให้กำเนิดรัชทายาทเสียที พระราชาก็ตัดพ้อต่อว่า ต่อมาก็ตั้งครรภ์จนได้ และคลอดลูกสาว ตอนเลี้ยงฉลองนั่นเอง พระราชาลืมส่งการ์ดเชิญพี่สาวมาร่วมงาน พี่สาวพระราชาน้อยใจ (เสด็จป้าของเจ้าหญิง) นางรู้วิชามนต์ดำ จึงสาปเจ้าหญิงให้ "ไม่มีแรงโน้มถ่วง" ก็คือ ไม่มีน้ำหนักนั่นเอง

แล้วเรื่องราวก็ดำเนินต่อไป...

ผู้แต่ง จอร์จ แมกโดนัลด์ แม้หนังสือจะเล่มบางมาก (95 หน้า) ก็ยังลงประวัติของเขาสองหน้าเต็ม และรูปอีกหนึ่งหน้าเต็ม หนังสือเล่มนี้ฉบับภาษาไทยตีพิมพ์ครั้งแรกปีพ.ศ. 2538 (ราคาหน้าปก ก็ 70 บาท)

หลังจากนั่งอ่านตอนกินข้าวนิดหน่อย ต้องสำลักข้าวกับสำนวนบางคำ

ในคำนำสำนักพิมพ์เขียนว่า

เจ้าหญิงเบาหวิว เป็นงานเขียนอีกชิ้นหนึ่งของจอร์จ แมกโดนัลด์ ผู้มีชื่อเสียงในการเขียนงานแนวเพ้อฝัน (fantacy)

ผมเพิ่งรู้ว่า เมื่อสิบสี่ปีก่อน วงการหนังสือเราเรียกนิยายแฟนตาซี ว่า "นิยายเพ้อฝัน" เหอๆๆ

ทีนี้มาดูสำนวนกระอักเลือดกัน (หรือผมจะเส้นตื้นไปเองก็ไม่รู้ ยอมรับว่าอ่านน้อย) อย่างที่บอก ผมอยากอ่านสำนวนราชาศัพท์ของนักแปลคนอื่น

ขอตัดเข้ามาตอนพระราชาตัดพ้อราชินีเลยนะ

"ทำไมล่ะเธอก็น่าจะให้ลูกสาวแก่ฉันบ้างสักคน" พระราชาพูด "ฉันไม่ขอลูกชายหรอก เพราะว่ามันคงเป็นความคาดหวังที่สูงเกินมากไป"

"หม่อมฉันเกรงว่า คงต้องขออภัยด้วยเพคะ เสด็จพี่" ราชินีพูด

"งั้นเธอก็สมควรต้องขอโทษแล้วล่ะ" พระราชาตอบ "เธอไม่มีทางทำมันได้สำเร็จแน่นอน"

...

... (ข้าม)

ราชินียิ้ม

"เสด็จพี่ต้องอดทนกับผู้หญิงมากๆ นะเพคะ" พระนางพูด

 

- -

เอิ่ม มีใครคิดว่ามัน "ลิเก" เหมือนที่ผมคิดไหมครับ หรือนิยายแปลฝรั่ง เขาแปลกันอย่างนี้จริงๆ

จริงสิ "เสด็จป้า" เขาเรียกว่า "องค์หญิงป้า" แหละ

นี่คือเล่มถัดมา "นิทานลาว" โฮ่ๆๆ อันนี้ได้แรงบันดาลใจอย่างหนึ่ง ระหว่างการขายลิขสิทธิ์หนังสือไทยให้ต่างชาติ

ต่างประเทศเขาเลือกหนังสือ หากเห็นอะไรที่ "ไทยๆ" จะคัดทิ้งทันที ตอนนั้นขายนิทานภาพ เช่นมีฤาษี นุ่งผ้าขาวม้า มีวัด พระสงฆ์ไทย... เราก็ไม่เข้าใจ ทำไมล่ะ พื้นเมืองแล้วไม่ดีตรงไหน มันหนังสือแปลนะ จะเอาสากลอะไรนักหนา ที "พื้นเมือง" อังกฤษ "บ้านนอก" ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น เกาหลี ไม่เห็นจะต้องคัดออก

ได้คำตอบที่ต้องหงายหลังครับ

"เพราะความเหลื่อมล้ำทางวัฒนธรรม" อังกฤษ ญี่ปุ่น ยุโรป เขาประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ เป็นที่ยอมรับ การเปิดรับวัฒนธรรมของพวกเขาเป็นเรื่องง่าย ขณะที่จะให้ต่างชาติเปิดรับวัฒนธรรมของ "ไทยๆ" ขอให้คิดง่ายๆ คือให้เราอ่านหนังสือของลาว ของเขมร เราจะรู้สึกอย่างไร

ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ถ้าไม่ใช่ใจรักจริงๆ แบบนักวิชาการ ก็ขอเอาเวลาที่เท่ากันนี้ ไปอ่านของประเทศที่เจริญ "กว่า" ไม่ดีกว่าหรือ

ทำให้เราต้องลองซื้อนิยาย "ลาว" มาอ่าน

อันนี้มีฮาเยอะมากครับ ขอเก็บไว้เล่าเป็นอีกหนึ่งเอนทรี่ละกัน

เล่มนี้เอามาเติมเต็มเพื่อส่วนลดห้าบาทครับ (สามเล่มร้อยเดียว)

คนเราชอบฟังเรื่องผี เคยไปต่างประเทศแล้วเล่าเรื่องผีไทยให้ต่างชาติฟัง โหย ฟังกันอย่างใจจดใจจ่อ แต่เรามันมีข้อมูลน้อยไป เจอเล่มนี้จึงคว้าไว้ก่อน แค่สารบัญก็เจ๋งแล้ว ขอยกตัวอย่างชื่อผีในบทนึงมาให้อ่านละกันนะ

ดูซิ ว่าคุณรู้จักผีไทย ได้ดีแค่ไหน

ผีธรรมดา
ผีตายโหง
ผีตายห่า
ผีตายทั้งกลม
ผีกระสือ
ผีปอบ
ผีโขมด
ผีพราย
ผีกระหัง, ผีก็องกอย, ผีโพง ฯลฯ (ซึ่งแยกย่อยลงมาดังนี้)
นางตานี
นางตะเคียน
ผีต้นโพธิ์

วู๊ แค่ชื่อก็กินขาดแล่ว

แถมอีกหน่อย ในบท "ตำนานอสุรกาย"

หมาผี
แมวผี
นกปีศาจ
เปรต
ลูกกรอก
รัก-ยม
ผีบ้านผีเรือน
ผีดิบ

โอ้ว โว้ววว (พอเหอะ)

ทั้งหมด ราคา 35 บาท โฮ่ๆๆๆ

แผงหนังสือดังกล่าว จะอยู่ถึงวันที่ 28 กรกฎาคมนะคร้าบ (ถามมาเสร็จสรรพ)

 

เสร็จจากแผงหนังสือ ก่อนกลับบ้านผ่านร้านไดโสะ (หรือโดโสะหว่า)
ถาม: ทั้งร้าน...ราคาเท่าไหร่
ตอบ: ทั้งร้าน... ราคาหกสิบบาท

นั่นแหละครับ แหล่งรวมของแนวๆ นำเข้าจากญี่ปุ่น หูย สาขาที่สยามฯ มีตั้งสามชั้น เดินไปหนึ่งชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว บางอย่างก็ซื้อไม่ลง บางอย่างก็น่าจะคุ้มค่า แต่หลักๆ เข้าไปดูเพื่อเสริมไอเดียครับ แต่ละอย่างแบบว่า "หูย... คิดได้..."

นี่คือผลลัพธ์

ซ้ายมือ นั่นเป็นที่หนีบถุงครับ มีสามขนาด ยาว กลาง สั้น จะเอาไว้หนีบถุงคอร์นเฟล็ค จะได้ไม่ต้องใช้หนังยาง

ขวามือบนนั่นเป็นที่ติดกันรอยครับ จะเอาไปฝากใครบางคนที่ซื้อมือถือใหม่ไม่ทันไรโดนกุญแจขูดเป็นรอยเสียแล้ว เพราะแผ่นกันรอยของรุ่นนั้นยังไม่เข้าไทย

ขวาล่าง คือ "พวงกุญแจแก้ไฟฟ้าสถิตย์" โฮะๆ บังเอิญผมเป็นคนที่ถูกไฟฟ้าสถิตย์ช็อตบ่อยมาก เห็นแล้วก็เลย เอ้าลองดูก็ได้ ดูกันชัดๆ

ก่อนจะแตะอะไรที่เป็นโลหะ เช่นที่เปิดประตูอะไรทำนองนั้น ก็เอาตรงหัวดำๆ นั่น (เป็นยาง) ไปแตะมันก่อน แล้วค่อยจับ ไฟฟ้าสถิตย์ในตัวเราก็จะหายไป ไม่โดนช็อต (เขาว่างั้นอ่านะ) ผมพกกุญแจติดตัวอยู่แล้ว เพิ่มอุปกรณ์เสริมอีกชิ้น คงไม่เท่าไหร่ (โดนช็อตแต่ละที เข็ดขยาดจริงๆ ครับ ใครไม่โดนกับตัวไม่รู้หรอก)

 

สุดท้าย ก่อนถึงบ้าน ได้ของมาฝากก้อย ^^ พรุ่งนี้เอาไปให้เน่อ

(ถ่ายในห้อง เงาวูบวาบเลย โฮะๆๆ)

 

ลืมอวดอีกหนึ่งเรื่อง วันก่อนพี่โตโต้เอาต้นฉบับ "คุณหมอ อูลูมูชิ" มาให้ ถือบลูเบอร์รี่ชีสเค้ก ฝีมือเจ๊มาฝากด้วย บอกให้ชิม ต้องอวดๆ โฮะๆ

โฮ่ๆๆ อร่อยคร้าบบ แต่ฝากบอกเจ๊หน่อยว่า เนื้อเค้ก (ข้างล่าง) เค็มไปหน่อยอ่า

มีอีกเอามาอีกนะพี่ (แหะๆ)

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อื้อหือ...
งานเสร็จเเล้วอารมณ์ดี

กรี๊ดดด!!!
ให้กับกระต่ายกับมู๋น้อยนั่น
น่ารักมากมายอ่า
(หูกระต่ายน้อยปิดจมูกทองกวาวอ่า
หายใจไม่ออกเเล้ว)

เอ้อ...
ใครหรอคะที่ซื้อมือถือมาไม่ทันไร
ก้อทำมือถือเป็นรอยง่ะ
ใช้ไม่ได้เลยเน๊อะ
555


จะกินบลูเบอร์รี่ชีสเค้กมั่ง

#1 By Sana_by_lllmukoilll on 2009-07-16 23:45

อิสสาเฟร้ยยยยย

บลูเบอรี่

เป็นหวัดกินไรไม่ได้เลย เบื่อโจ๊กโคตรเค็มใจจะขาด
แฟนก็มาดูไม่ได้ เดี๋ยวติดหวัดไปด้วย


เป๊ปซี่!!!!!!


สำหรับหนังสือจะลองรื้อค้นให้

สำหรับบลูเบอร์รี่ไม่รู้หล่อนจะได้ฤกษ์อีกเมื่อไหร่sad smile
นิทานลาวสนุกดีผมชอบเรื่องผีกองกอยbig smile

#4 By (125.27.44.125) on 2009-07-17 05:37

big smile ลืมล็อกอินsad smile

#5 By juney on 2009-07-17 05:40

หัวแตงโมจะโกอินเตอร์แล้วรึคะเนี่ย ดีจังๆ big smile big smile

อยากอ่านเรื่องผีไทยบ้าง ท่าทางน่าอ่านดีค่ะ
cry cry

#6 By Prae on 2009-07-17 22:42

หัวแตงโมผมก้อว่าเป็นหนังสือที่ดีมากหละครับ
นี่แหละหนอชีวิตจริง
แต่นิทานลาวยังไม่เคยอ่านเลย

ปล เค้าลือกันว่า กินพวกเค้กพายมากๆจะอ้วนนะครับ

#7 By Mota Mota on 2009-07-21 14:52

พวงกุญแจแก้ไฟฟ้าสถิตย์ => อันนี้เวิร์คมั้ยอ่ะ อยากใช้เหมือนกัน แล้วถ้าคนช็อตกะคน มันแก้ได้มั้ยอ่ะ
ไปเดินห้างกะเพื่อนทีไร ช็อตกันเองทุกที

關於泰國的鬼 我有整理過幾篇中文的 你有看過嗎?

#8 By N@Ni (58.8.161.107) on 2009-07-22 19:21

"คุณหมอ อูลูมูชิ"o น่าสนใจนะอย่าลืมมาโพสเล่าเรื่องนะ ขอให้หนังสือขายดีนะbig smile

#9 By linlin (125.25.87.22) on 2009-07-24 21:53