สุนัขรำพึง? เรื่องมันยาว
posted on 09 Oct 2009 20:17 by be-beer in mybooksเรื่องมันยาวครับ
ใครเคยอ่านหัวแตงโมบ้าง
ใครเคยเห็นหัวแตงโมแล้วนึกว่าเป็นหนังสือแปลบ้าง
ใครเคยเห็นหัวแตงโมแล้วนึกว่าเป็นหนังสือแปลรั่วๆ จากญี่ปุ่นบ้าง
ขออภัยอย่างสูงครับ ถ้ากรณีข้างต้นทั้งหมดจะเกิดกับผมเพียงคนเดียว
เดี๋ยวๆๆๆ มีอีก
ใครเริ่มอ่านหัวแตงโมจากเล่มที่สี่บ้าง...
ใช่ครับ ผมอีกแล้ว T_T
แต่...
ผมต้องออกตระเวนตามหาเล่ม 1-2-3 มาอ่าน และสืบสาวราวเรื่องจนพบว่า เจ้าของเรื่อง "หัวแตงโม" สิงสถิตอยู่ใน exteen
มีอีก
ใครคิดว่า "องอาจ ชัยชาญชีพ" กับ "โตโต้" เป็นคนละคนกันบ้าง
m_ "_m ผมอีกแล้วคร้าบ ทำให้เวลาคุย ems สอบถามกันครั้งแรก ผมถึงกับต้องขอยืนยันอีกครั้ง ว่าแน่ใจนะ ว่าลิขสิทธิ์ทั้งภาพ ทั้งเรื่อง อยู่กับนายคนเดียว ไม่ได้คิดจะอมคนเดียว
ลืมบอกไป ผมติดต่อไปเพราะต้องการแจ้งว่า จะขอนำหนังสือชุดนี้ไปขายลิขสิทธิ์ในภาษาจีนครับ ถ้าใครเคยติดตามกันมานานๆ ก็จะเคยเห็นหัวแตงโมเวอร์ชั่นภาษาจีนกันแว่บๆ อยู่ช่วงหนึ่ง ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจา ใกล้ลงตัวแล้ว แปลเสร็จทั้งสี่เล่มแล้ว---เผื่อใครอยากทราบความคืบหน้า
เห็นไหม บอกแล้วว่าเรื่องมันยาว
เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นประมาณช่วงกลางปี 2008 ตอนผมสมัครเข้า exteen ใหม่ๆ
แล้วการนัดพบก็เกิดขึ้น...
กาลเวลาไหลหายไปเรื่อยๆ ผลงานที่ติดตามกันเรื่อยมาตั้งแต่การอ่านหัวแตงโม หลายรอบ ตระเวนไปรีวิวก็หลายที่ เจอหมูบินได้ที่อ่านแล้วต้องขนลุก เจอปิศาจหัวโตที่แค่เห็นชื่อก็ซื้อเลย พลางรู้สึกดีกับคิโนะคุนิยะไปด้วย ที่มีหนังสือขององอาจฯ ขาย ได้ยินกิตติศัพท์อีกมากมายเกี่ยวกับพระเจ้าเป็นหมาแต่ก็ยังไม่ได้ยลโฉมของจริงสักที กินข้าว กินกาแฟด้วยกันอีกหลายถ้วย กินชาบูด้วยกันอีกหลายครั้ง จากผู้ที่เจอกันเพราะเรื่องงาน กลายมาเป็นเพื่อน...
ผมเป็นคนเพื่อนน้อยครับ ไอ้คุน คนสุดท้ายที่นับกันเป็นเพื่อนหรือก็ตายไปสักสี่ปีได้แล้ว มนุษยสัมพันธ์ก็สุดห่วย คิดดูแหมะอยู่ในเอกซ์ทีนมาปีครึ่งแล้ว เคยไปทักใครบ้างหรือเปล่าก็ไม่มี แต่คราวนี้ ผมว่าผมได้เพื่อนครับ เพื่อนที่คิดอะไรคล้ายๆ กัน มองอะไร (ข้างหน้า) คล้ายๆ กัน อย่าหาว่าผมทึกทักเอาเองเลย ผมว่าเรามันคน "ภาษา" เดียวกัน ยังไงไม่รู้
เพื่อนก็คือเพื่อน กรุณาอย่าให้ต้องสรรหาความดีอะไรมาสรรเสริญกันเลย เพื่อนก็คือเพื่อน...
วันนี้ เพื่อนผม ไม่ว่าจะในฐานะที่ผมเป็นนักอ่าน หรือผมเป็นเพื่อนก็ตามที เล่าให้ฟังว่ากำลังปวดเศียรเวียนเกล้ากับหนังสือเล่มใหม่ ที่ตอนแรกไม่ได้คิดจะเขียนออกมาให้ทันงานมหกรรมหนังสือแต่อย่างใด แต่ก่อนงานหนึ่งเดือนก็รู้สึกอึดอัดอยากระบาย จนคายออกมาเป็นหนังสือรวมความเรียงหนึ่งเล่ม ที่แม้แต่เจ๊ผึ้งอ่านรอบเดียวก็ยังไข้จับ ตัวเองอ่านทวนไปสิบรอบจนหลับตาเห็นแต่กระดาษขาวๆ กับตัวหนังสือดำๆ อย่างเดียว ถึงขั้นสาบานไว้ว่าหนังสือเล่มหน้าจะกลับมาขำฮาเหมือนเดิม
"คุณเบียร์พอจะมีเวลาว่างไหม ช่วงนี้..."
ในฐานะคนทำงานหนังสือมาหลายปีดีดัก ผ่านงานหนังสือมาก็ เอ่อ... ร่วมสี่สิบเล่ม ผมรู้ทันทีว่างานนี้เพื่อนผมต้องการอะไร แต่ติดตรงที่หลายๆ เล่มที่ผ่านมา พี่แกทำงานคนเดียวมาโดยตลอด ครั้นผมจะอาสาหรือก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจ นัดเจอกันแล้วให้คำแนะนำอะไรเท่าที่ทำได้ไปก่อนก็แล้วกัน ดูก่อนว่าเฮียแกจะว่าอย่างไร แล้วค่อยปรับแผนกันอีกที
"คุณเบียร์พอจะมีเวลาว่างไหม ช่วงนี้..." นะหรือ เอิ่ม...
ช่วงนั้นผมติดภารกิจเป็นล่ามให้กับคุณหมอโหวเหวินหย่ง ที่เดินทางมาโปรโมตหนังสือใหม่สองเล่มอยู่พอดี รวมทั้งกำลังตรวจงานนิยายราวสามเล่มส่งสำนักพิมพ์ให้ทันงานมหกรรมหนังสือตุลานี้ หลังจากส่งคุณหมอกลับไต้หวันไปแล้ว ผมจึงเริ่มคุยอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
เริ่มจาก คุณโตโต้ส่งต้นฉบับเป็น pdf มาให้อ่านทั้งเล่มอย่างไว้ใจ ผมตะบี้ตะบันอ่านจนตีสาม ทำให้รู้ว่าสิ่งที่คุณโตโต้กังวลคือเรื่องอะไร
อยากรู้ไหม ว่าโตโต้กังวลเรื่องอะไร... แค่คุณเปิดอ่านปุ๊บก็จะรู้ครับ ว่าคุณโตโต้กังวลเรื่องอะไร โฮ่โฮ่โฮ่ เชื่อผม
วันถัดมาก็นัดเจอกันที่ร้านกาแฟแถวบ้าน ผมจงใจเลือกไปนั่งทำงานที่นั่น เพราะรู้ว่าใกล้บ้านคุณโตโต้ และแกน่าจะมีอะไรอยากคุยกับผม และเย็นวันนั้นแกก็ปรินท์งานทั้งเล่มมาพบ ผมก็เล่าให้ฟังว่าปัญหาที่พบมีอะไรบ้าง ปรากฏว่า ปัญหาเรื่องแรกที่ "กังวล" ได้ผ่านการตัดสินใจแล้ว ว่าเป็นไงเป็นกัน มีของอยากปล่อย ไม่ปล่อยก็คงมีท้องแตกตาย เรื่องมันจึงดำเนินมาสู่ปัญหาข้อที่สอง
นั่นคือ... คำบางคำเหมือนมันจะอ่านไม่รู้เรื่อง คนเขียนรู้เรื่อง แต่คนอ่านไม่รู้เรื่อง... มันขยึกอยู่ตรงไหนว้า
ใช่ครับ หลังจากคุยกันครู่หนึ่ง จึงลงเอยด้วยคำว่า
"คุณเบียร์ช่วยเป็นบรรณาธิการให้ผมก็แล้วกันนะ"
"หา..."
ถึงจะเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่ก็ยังเหวออยู่ครับ เพราะนั่นมันเป็นวันที่ 1 ตุลาคม และอาร์ตเวิร์กทั้งหมดจะต้องจบในวันที่ 5 ตุลาคมเพื่อส่งโรงพิมพ์!!!
แต่ก็อย่างว่าแหละครับ เตรียมใจเอาไว้แล้ว ดังนั้นระหว่างสองวันที่ได้ต้นฉบับมา ผมก็กะเกณฑ์เอาไว้แล้วว่ามีเนื้อหาตรงไหนต้องปรับบ้าง และที่สำคัญ หนังสือมันเกือบสมบูรณ์อยู่แล้ว ต่อให้ไม่มีขั้นตอนบรรณาธิการส่วนนี้ คุณโตโต้ก็ทำมาจนวางตลาดได้อยู่แล้ว ผมก็แค่มา "เป็นกำลังใจ" ให้อุ่นใจขึ้นนิดหน่อยเท่านั้น
ผมรู้ความรู้สึกนี้ดี เพราะมันเป็นความรู้สึกเดียวกับเมื่อตอนที่ผมขอให้คุณโตโต้กรุณามาเป็นบรรณาธิการให้ "คุณหมอสุดซ่า อูลูมูชิ"
"ตกลงครับ"
เบื้องหลังคำตกลงคำนี้ ความจริงผ่านการทำการบ้านมาพอสมควรครับ รู้สึกเป็นเกียรติกับการได้ร่วมงาน ถ้าจะให้เชียร์หนังสือเล่มนี้กันละก็ มีคำหนึ่งที่อยากยัดใส่คำนำเหลือเกินแต่พื้นที่ไม่พอ นั่นคือ
คุณเคยเห็นนักร้องออกอัลบั้มใหม่ไหมครับ
"อัลบั้มนี้ จะบ่งบอกตัวผม/ฉัน มากขึ้นครับ/ค่ะ" แม้ออกจะน่าหมั่นไส้ในเชิงว่า อัลบั้มชุดก่อนแม่งคงเสแสร้งชิบหาย ก็ตามเหอะ แต่ผมก็อยากจะบอกแทนคุณโตโต้ว่า
อ่านมันซะ แล้วคุณจะรู้จักโตโต้ดีขึ้น
หายสงสัยหรือยัง ว่าทำไมหัวของ "ผม" จึงกลายเป็น "แตงโม" ถ้าสี่ซีกนั่นยังไม่จุใจคุณละก็ "สุนัขรำพึง" อ่านให้จบ ไม่คุณก็ใครสักคนล่ะ ที่หัวต้องกลายเป็นแตงโมไปอีกคน
(Chinese)
(วานวาน Chinese)
ปกหลายสี...
แล้วมู๋จะทำยังไงล่ะ??
#1 By lllmukoilll on 2009-10-09 21:16