โหวเหวินหย่ง ถนนคนเดิน ณ พัทยา
posted on 13 Oct 2009 09:15 by be-beer in Hou-Wenyung
ช่วงที่ว่างจากการโปรโมตหนังสือใหม่ ผมได้รับเชิญจากสำนักพิมพ์ให้ไปเที่ยวเมืองพัทยา สถานที่แห่งนี้เนื่องจากมีหาดสายที่สวย และอื่นๆ มากมาย เป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ขณะเดินเที่ยวอยู่ในถนนคนเดินในพัทยา มีผับจำนวนมาก เสียเงินประมาณร้อยบาทก็เข้าไปดูโชว์ได้ ยังมีเบียร์ให้อีกหนึ่งแก้ว
ผมถ่ายรูปใบนี้เอาไว้ สาวๆ ที่คล้ายกับกำลังคอยเพื่อนเดท หรือกำลังคอยผับเปิดหลายๆ คนเหล่านี้ ดึงดูดสายตาของผมเป็นพิเศษ
ผมถามคุณคิม ลูกสาวเจ้าของสำนักพิมพ์ว่า "พวกเขาทำอะไรกันหรือ"
คิมบอกผมว่า "ก็แค่ซื้อเบียร์สักแก้ว พวกเขาก็จะเป็นเพื่อนคุยกับคุณ หรือฟังคุณพูด..."
ผมนึกถึงเมื่อหลายปีก่อน ผมได้รับเชิญไปบรรยายที่ศูนย์วัฒนธรรมเจียอี้เป็นครั้งแรก ตอนนั้นผมเริ่มมีชื่อเสียงแล้วนิดหน่อย จึงเชิญคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านอยู่เจี้ยอี้ มาฟังการบรรยายด้วยเป็นครั้งแรก หลังการบรรยาย ผมได้เงินค่าเดินทางจากผู้จัดงานเป็นเงินหนึ่งหมื่นหยวน ผมบอกกับคุณพ่อคุณแม่ว่า
"วันนี้ผมได้ตังค์ ผมเลี้ยงเอง”
จนบัดนี้ผมยังจำสีหน้างุนงงของคุณพ่อได้ดี เขาถามว่า
“ลูกก็แค่ขึ้นไปคุยแค่นี้ พวกเขาก็ให้เงินลูกเยอะขนาดนี้เลยหรือ”
ผมเกือบจำหัวเราะออกมา คำพูดของคุณพ่อจำเป็นต้องแปลความหมายกันนิดนึง คือในความเข้าใจของเขา ควรจะมีแต่การช่วยคนอื่นสร้างบ้าน รักษาโรค หรือผลิตสิ่งของอะไรที่จับต้องได้ คนอื่นเขาจึงจะจ่ายเงินให้ แต่ผมก็แค่ขึ้นไปพูด...
ตอนนั้นเขาไม่ยอมเชื่อ คิดว่าคงเป็นเพราะผมอยากเป็นคนเลี้ยง ไม่ยอมให้พ่อจ่าย จึงสรรหาข้ออ้างขึ้นมาอ้างเท่านั้น...
ขณะกำลังคิดอยู่นี่เอง หญิงสาวสองคนในกลุ่มดูเหมือนจะได้ลูกค้าแล้ว เดินเข้าไปนั่งในบาร์ เหลือแต่หญิงสาวอีก
สองคนข้างนอก ดูเหมือนจะเหงานิดหน่อย...
เดินต่อไปบนถนนคนเดิน อยู่ๆ ผมก็นึกถึงเพื่อนๆ หลายคนของผม ต่างก็ยึดอาชีพพูดให้คนอื่นฟัง ฟังคนอื่นพูดเหมือนกัน อย่างเช่นพิธีกรรายการทีวี นักบรรยาย ผู้วิเคราะห์หุ้น จิตแพทย์ ทนาย ครู นักการเมือง...
“สาวๆ พวกนี้เข้าไปนั่งในบาร์กับลูกค้า กินเบียร์ พูดคุย” ผมถามคิม “จากนั้นล่ะ จะเป็นอย่างไรต่อ”
“ก็คงแล้วแต่สถานการณ์” คิมยิ้มๆ พูดอย่างตะขิดตะขวงว่า “พูดยาก...”
แน่นอน ทั้งหมดนี้ไม่ได้ขัดกับกฎหมายของประเทศไทย แต่ไม่รู้ทำไม ผมมองเข้าไปดูบรรดาคนที่ดื่มเบียร์กินเหล้าในบาร์ พวกเขาหัวเราะกัน คุยกัน คล้ายกับเป็นการชุมนุมเพื่อนสนิทจริงๆ แม้แต่ตัวผมเองก็รู้สึกงุนงงไปด้วย
ผมเป็นผู้พูดให้คนอื่นฟังเช่นกัน ผ่านการบรรยาย การเขียน และสถานที่อื่นๆ อย่างเช่นอินเทอร์เน็ต เฟซบุ๊ค บล้อก คนที่พูดให้ผมฟังนั่นก็ยิ่งเยอะเข้าไปใหญ่
แล้วไงต่อ? จะเป็นอย่างไรต่อ? เราอยากได้อะไร? แล้วจะได้อะไร? หรือเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง?
คำตอบที่แท้จริงก็คนจะพูดยากเหมือนกันกระมัง...
สิ่งเดียวที่แน่ใจได้ก็คือ ในโลกนี้ยังต้องการคนที่ พูดให้ผู้อื่นฟัง และฟังผู้อื่นพูด จำนวนมิใช่น้อยจริงๆ
จาก เฟซบุ๊ค ของโหวเหวินหย่ง 芭堤雅的徒步區
(ยังมีภาคต่อของการ "พูด" และ "ฟัง" อีกครับ ตอนหน้า เจ๋งมาก แต่จำเป็นต้องอ้างตอนนี้ จึงแปลมาลงไว้ก่อน)
edit
ลงตอนสองไว้แล้ว ที่เอนทรี่นี้ คลิ้ก ต้องรีบเอาลง เพราะอยากเคลียร์วันที่ 15 ตุลาคม ไว้เขียนเรื่องภาวะโลกร้อน ตามโจทย์ Climate Change 2009 (ถึงแม้ตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรก็ถาม...) ใครยังไม่รู้ ก็คลิ้กเข้าไปอ่านเน่อ
(Chinese)
(วานวาน Chinese)
)
รออ่านตอนที่เจ๋งกว่านี้
#1 By lllmukoilll on 2009-10-13 09:56