จาก Facebook ของ โหวเหวินหย่ง houwenyong 於是,你只好學幽默

อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี แปล

 

 

ผมเคยเจอคนไข้คนหนึ่งในห้องตรวจ เขาอายุห้าสิบกว่า เป็นโรคความดันโลหิตสูง จึงต้องจ่ายยาให้เขา พร้อมย้ำกับเขาถึงความสำคัญของการควบคุมระดับความดัน

คนไข้ถามผมอย่างสลดหดหู่ว่า “ยาพวกนี้ ผมต้องกินไปชั่วชีวิตหรือเปล่า”

“เป็นไปได้ครับ” ผมพยักหน้า

“ถ้าต้องกินยาไปจนชั่วชีวิต” เขาพูด “ชีวิตผมก็จบสิ้นแล้วนะสิ”

ผมมองเขาอย่างเห็นใจ นึกในใจว่า ผมต้องคุยกับเขาเสียแล้ว มิเช่นนั้นเขาจะไม่ยอมกินยาดีๆ แน่ๆ

“คุณกินข้าวไหม” ผมถาม

เขาพยักหน้า พลางมองผมด้วยสายตางุนงง

“ถ้าหากยามันไม่มีผลข้างเคียง คุณก็นึกเสียว่ามันเป็นข้าวก็ได้ครับ”

“นึกเสียว่ามันเป็นข้าว?”

“ใช่แล้ว วันหนึ่งเราต้องกินข้าวสามมื้อถึงจะมีชีวิตรอด คุณก็ไม่เคยรู้สึกอึดอัด ลำบากใจ ไม่ใช่หรือครับ”

“แต่ว่า ข้าวมันเป็นประโยชน์กับเรานี่”

ผมบอกเขาว่า “ยาก็เป็นประโยชน์กับเรานี่ครับ”

เขายิ้มออกแล้ว บอกผมว่า “ผมเข้าใจแล้ว” พูดจบก็ถือใบสั่งยาไปรับยาอย่างอารมณ์ดี

 

คนจำนวนมากถามผมว่า “คุณฝึกตนเองอย่างไร จึงมองโลกในแง่ขำได้ขนาดนี้”

คนส่วนใหญ่เมื่อนึกถึงอารมณ์ขัน แว่บแรกที่รู้สึกคือรอยยิ้ม แต่ความคิดของผมไม่ใช่อย่างนั้น

“ในโลกนี้ น้ำในทะเลมีมากกว่า หรือว่าน้ำตาที่มนุษย์เคยหลั่งมีมากกว่า”

นี่เป็นคำถามจากพระคัมภีร์ของพระพุทธศาสนาฉบับหนึ่ง จำได้ว่าครั้งแรกที่ผมได้ยินคำถามนี้ ตอนนั้นยังเด็กอยู่มาก ผมตอบสวนกลับไปทันทีแบบไม่ต้องนึกว่า “น้ำตาของมนุษย์จะไปมีมากกว่าน้ำทะเลได้ยังไง”

ต่อมาผมโตขึ้น ทำงานเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลแห่งชาติไต้หวันเป็นระยะเวลาที่นานมากช่วงหนึ่ง ทุกวันที่เดินกลับจากห้องผ่าตัดมาที่ห้องทำงาน ต้องผ่านเขตห้องไอซียู สถานที่แห่งนั้นมักนั่งเต็มไปด้วยญาติๆ ที่ร้อนอกร้อนใจ บ่อยครั้งที่เดินผ่าน ก็จะเห็นคนร้องไห้

ทุกวันผมเดินกลับไปกลับมาบนเส้นทางเดียวกัน ทุกวันผมจะเจอคนไม่ซ้ำหน้า นั่งอยู่ตรงที่เดียวกัน และแทบจะร้องไห้ด้วยท่าเดียวกัน

และก็เป็นต่อไปเช่นนี้ เดินไป เดินไป จนกระทั่งวันหนึ่ง อยู่ๆ ผมก็เข้าใจแล้วว่า

“ที่แท้บนโลกนี้ น้ำตาที่คนเคยไหล มีมากกว่าน้ำในมหาสมุทร มากๆ”

ไม่เพียงแค่น้ำตาเท่านั้น แม้กระทั่งความกลุ้มใจ การถูกเข้าใจผิด อุปสรรค การพลัดพราก การสูญเสีย ความเศร้าโศก ความเจ็บปวด... เกรงว่าก็มีมากกว่าน้ำในมหาสมุทร มากๆ เช่นกัน และหลังจากผ่านความกระจ่างในเรื่องนี้ ผมจึงค่อยๆ เรียนรู้และสัมผัสสิ่งที่เรียกว่า “อารมณ์ขัน” ขึ้นมาทีละเล็ก ทีละน้อย

ชีวิตจำเป็นต้องพบกับปัญหาว้าวุ่นมากมายขนาดนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ย่อมไม่มีเหตุผลใดๆ จะมาหักห้ามไม่ให้เราวางตัวกับมันอย่างมีความสุข จะว่าไปแล้ว ผมเป็นคนที่มีนิสัยเสาะหารอยยิ้มมาตั้งแต่เกิด แต่ว่า สำหรับคำว่าอารมณ์ขัน มันเป็นสิ่งที่ผมเรียนรู้มันมาในภายหลัง
 

จาก Facebook ของ โหวเหวินหย่ง houwenyong 於是,你只好學幽默

อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี แปล

Comment

Comment:

Tweet

ขอคารวะหนึ่งจอกเจ้าค่ะ

#26 By sanzon (58.64.117.183) on 2009-11-29 18:16

Hot! Hot! Hot! big smile

#25 By 12345 on 2009-10-31 15:57

มุมมองแบบนี้นี่ดีจังนะ..

#24 By darkuril on 2009-10-31 10:51

หมอคนนี้เก่งมากเลยเน๊าะ
เคยไปยืนอ่านหนังสือคุณหมอที่B2S
(แบบว่าม่ายมีตังซื้อsad smile)
แบบว่ามองโลกเฉียบสุดๆแถมยังตลกด้วย

#23 By Crotix on 2009-10-29 21:08

มองโลกในแง่ ขำ 555 สนุกดีนะ ทำแบบนี้ก็ ชีวีเป็น สุข แจ๋วๆๆ ชอบๆๆbig smile

#22 By ChayaLively on 2009-10-29 19:31

อิอิ จริงครับconfused smile

#21 By พ่อน้องพีค on 2009-10-29 19:13

อ่านแล้วยิ้ม confused smile

Hot! Hot! Hot!

#20 By kekhuay on 2009-10-29 18:36

นั่นสิ...Hot! Hot!

#19 By 31ink on 2009-10-29 17:17

Hot!


กินใจ
ลึกซึ้ง

#17 By mini-teddy on 2009-10-29 11:56

อารมณ์ขัน ช่วยได้จริงๆครับ cry Hot!

#16 By ไส้ติ่ง on 2009-10-29 11:00

ประทับใจกับแง่คิดคุณหมอ

ถ้าคุณหมอมาเมืองไทยอีก อยากไปขอลายเซ็นต์จังเลยค่ะ Hot!

#15 By draco on 2009-10-29 08:40

โอววววววว

#14 By เซงครับ on 2009-10-29 01:46

นั้นสินะ Hot!

#13 By Joey_kung on 2009-10-28 23:47

Hot! Hot! Hot!

#12 By clock on 2009-10-28 22:30

น่าจะจริงbig smile

#11 By dp on 2009-10-28 21:55

โอ้โห.......เจ๋งค่ะ

โดนเลย หึหึ big smile

#10 By Black-Powder on 2009-10-28 20:01

โห...โดนครับ

ชอบความคิดจริงๆ Hot!


ขอบคุณที่ไปเยี่ยมบล๊อกนะครับ...

แต่หนังสือวานๆผมซื้อครบก่อนงานหนังสือแล้วง่ะ 55+

#9 By จุน on 2009-10-28 18:55

เป็นมุมความคิดของคุณหมอที่น่าเลียนแบบจริงๆHot!

#8 By ป้าแอ๊นจ้า on 2009-10-28 17:58

อืม... นะ
(_ _)(- -)(_ _)(- -)
Hot!

#7 By lllmukoilll on 2009-10-28 17:05

มาอีกละ
อ่านแล้วอึ้ง
ชอบหมอโหวจังเลยอะ มุมมองดีมากๆ

big smile Hot!

#6 By L.Khunnon* on 2009-10-28 15:30

อ่านแล้วได้เรียนรู้ค่ะ

ขอบคุณค่ะ big smile

#5 By Maneechalee on 2009-10-28 10:23

I totally agree with him!!

Hot! Hot! Hot!

#4 By cherrykids on 2009-10-28 00:29

ชอบวิธีพูดกับคนไข้แบบหมอโหวจริงๆ
จากความคิดด้านลบก็พลิกกับเป็นบวกได้ confused smile Hot!

#3 By Eddalion on 2009-10-27 23:43

หมอโหวนี่เป็นคนที่มีมุมมองที่สุดยอดมากๆเลย
ห็นถึงความเศร้า แล้วนำมาเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนมีอารมณ์ขันซะงั้น ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะมองโลกในแง่ร้ายไปเลยก็ได้
แพรคิดแบบนี้นะคะ big smile

#2 By Prae on 2009-10-27 23:36

นั่นสินะ big smile

#1 By PanDa & PaWwAw on 2009-10-27 23:27