จตุจักรวันอาทิตย์
posted on 03 Nov 2009 12:37 by be-beer in runningdiaryคุณไปสวนสาธารณะครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่...
ผมจำไม่ได้แล้วจริงๆ ครั้งสุดท้ายที่ไปกับครอบครัว ตอนยังเป็นตัวกะเปี๊ยก จนกระทั่งวันอาทิตย์เย็น จำเป็นต้องไปวิ่งได้แล้ว
เรื่องของเรื่องคือ "การวิ่ง ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การตื่นเช้าเพื่อออกไปวิ่ง มันช่างยากแสนยาก" ทำให้เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมต้องพาตัวเองไปสวนที่ใกล้บ้าน---สวนจตุจักร เพื่อวิ่งทำระยะทางสักหน่อย
ใช่ครับ ภาพที่เห็นทำให้ฉุกคิดถึงคำถามในตอนต้น
เพราะผมเห็นเด็กเล็กๆ ที่วิ่งเล่นอยู่ในสวน มุงดูปลาแย่งอาหาร ผู้ใหญ่ก็ปูเสื่อนั่งหลบอยู่ใต้ร่มไม้
บ่ายวันอาทิตย์ ขณะที่คนส่วนใหญ่เดินห้าง ดูหนัง กินข้าว ชาวกรุงก็ยังมีส่วนหนึ่ง ที่เข้าสวนสาธารณะ
ผมจำไม่ได้ว่าไปกับครอบครัวครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แต่คลับคล้ายคลับคลาว่ายังจำความรู้สึกนั้นได้
มันตื่นเต้น
มันได้วิ่งเล่น
มันกว้าง
อย่ามาแก่แดดใช้คำว่า "มันสดชื่น" เลย เพราะเด็กขนาดนั้นคงยังไม่รู้
แต่... ชอบ
มาอีกกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
แม้จะไม่มีชิงช้า ไม่มีม้าหมุน ก็ไม่เห็นเบื่อ
แต่ก็ไม่ค่อยมีใครพาไป T_T
แล้วทำไม เวลาที่โตพอจะพาตัวเองมาได้ ไม่เคยคิดจะมานะ @_@
วันนี้ผมมาอีกครั้ง เป็นบ่ายแก่ๆ ของวันอาทิตย์ สี่โมงเย็นสินะ ผมลงจากรถเมล์และเดินวอร์มร่างกายเพื่อไปยังจุดสตาร์ท เป้าหมายวันนี้คือสี่กิโลเมตรเช่นเดิม หนึ่งรอบคือสามกิโลเมตร วิ่งอีกหนึ่งแล้วก็เดินวอร์มดาวน์ จำได้ว่าการวิ่งครั้งสุดท้ายที่นี่ ผมเจ็บขา รู้ว่าลิมิตตัวเองคือเท่านี้ และจะเริ่มสร้าง "ความจำ" ให้กับกล้ามเนื้อ ให้มันชินกับระยะทางเท่านี้ และค่อยๆ เพิ่ม...
จุดสตาร์ท มันอยู่เยื้องไปทางถนนวิภาวดีฯ แถวๆ นั้นน่าจะมี "สวนรถไฟ" แต่ผมก็ยังหาไม่เจออยู่ดี ว่าสวนรถไฟมันอยู่ที่ไหน ไม่รู้จะขี้อายไปไหนกับการเอ่ยปากถามคนแถวนั้น แต่ผมก็ยังไม่ได้ถามสักที ยืดเส้นยืดสายแล้วก็ออกวิ่ง
คงได้ไม่เกินสองรอบใหญ่... น้อยชิบ
วนไปเรื่อยจนถึงฝั่งที่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า ผู้คนก็เริ่มมากขึ้น การวิ่งยามบ่ายแตกต่างอย่างหนึ่งกับการวิ่งยามเช้า ก็คือกลิ่นไม่พึงประสงค์จากห้องน้ำสาธารณะ ที่จะโชยมาเป็นพักๆ เวลาที่เราวิ่งผ่าน แต่ก็คงต้องแลกกัน ใครใช้ให้ขี้เกียจตื่นเช้า
และเมื่อมีสมาธิกับการวิ่งแล้ว สายตา ความคิดของเราก็เริ่มแจ่มชัด จากที่ลอยไปอยู่ไกลตัวมากๆ เรื่องงาน เรื่องคน ก็กลับมาอยู่กับปัจจุบัน เรื่องหายใจ เรื่องภาพตรงหน้า
ผมเห็นคนปูเสื่อ
เห็นคนให้เช่า ผืนละยี่สิบบาท
เห็นคนขายน้ำ
เห็นคนเก็บขวดน้ำ (ไปขาย)
เห็นคนขายอาหารปลา
เห็นคู่รักที่เดินจูงมือกันไปมา และชวนยิ้มเมื่อเห็นผู้ชายช่วยยกกระเป๋าบังแดดให้ผู้หญิง
เห็นรปภ. ที่นั่ง/ยืน อยู่ตามจุดต่างๆ และที่สำคัญ ที่นั่งพักเจ๋งๆ มักจะถูกพวกนี้ยึดหมดแล้ว
เห็นคนมานั่งอ่านหนังสือใต้ต้นไม้
เห็นการใช้วันหยุดเพื่อพักผ่อน ขณะเดียวกันก็เห็นการใช้วันหยุดเพื่อทำงาน สลับกันไป
จริงสิ ยังเห็นคนถ่ายรูป
ใช้มือถือถ่าย
ใช้กล้องคอมแพคถ่าย
ถ่ายเพื่อน ถ่ายตัวเอง ถ่ายทั้งเพื่อนและตัวเอง ชายถ่ายให้หญิง หญิงถ่ายให้ชาย นางแบบที่ช่วยเช็ดเหงื่อให้ตากล้องหน้ามุ่ยๆ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าคงเป็นแฟนกัน และฝ่ายหญิงเอาใจฝ่ายชายมากกว่า
ถ่ายต้นไม้ ถ่ายเงา ถ่ายอะไรที่เรามองตามสายตาไปก็ไม่เจอว่ามีอะไรหน้าถ่าย---คล้ายกับนักศึกษาที่กำลังทำการบ้าน (ถ่ายภาพ) ส่งอาจารย์
ผมเห็นชีวิตที่เป็นตัวใครตัวมัน ขณะเดียวกันก็เกี่ยวข้องโยงใย มันคือนิ่งที่อยู่ควบคู่กับเคลื่อนไหว มันคงเป็น...ชีวิต
แม้จะมีแดดเปรี้ยงบ้างอ่อนบ้าง ตามจังหวะเมฆและเงาไม้ เห็นคุณค่าของต้นไม้หนึ่งต้นก็ตอนที่แดดเผาจนหน้ามึน แม้เงาเตี้ยๆ เราก็อยากโฉบเข้าไปหาแม้สักเสี้ยววินาที
ไม่มีอะไรจะสรุปหรอกครับ ทุกชีวิตมีจังหวะย่างก้าวของตัวเอง แต่ผมคงไปอีก ผมอยากรู้ว่า จตุจักรในอีกวัน อีกเวลา อีกมุม อีกกลิ่น... มันจะเป็นอย่างไร
จริงสิ ได้ยินเสียงประกาศว่า ในวันลอยกระทง สวนจะเปิดถึงเที่ยงคืนด้วยนี่นา
มันจะเป็นไงหนอ
คุณไปสวนสาธารณะครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ครับ
(Chinese)
(วานวาน Chinese)
นานๆ ไปที
เหมือนกันอากาศบริสุทธิ์ แม้อยู่เมืองหลวง
อย่าลืมเอาภาพมาฝากบ้างนะค่ะ
#1 By finch on 2009-11-03 14:12