ผมทำงานหนังสือมาเยอะ ไม่ตื่นเต้นแล้วกับการที่เห็นบทความทั้งเขียนและแปลของตัวเองได้ตีพิมพ์ แต่สำหรับภาพถ่าย มันเป็นอีกฟีล
 
      การถ่ายภาพกับการเดินทาง เหมือนจะแยกจากกันไม่ออก ถ้าเป็นนักวาด (อย่างเช่นวานวาน) เธอจะพกกล้องถ่ายรูปเล็กๆ ติดตัว และถ่ายรูปทุกอย่างที่สนใจ เพื่อนำกลับไปเป็นต้นแบบในการวาด ถ้าเป็นคนเล่นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ฯลฯ ก็มีไว้แชร์ สำหรับคนทั่วๆ ไป ก็มีไว้เก็บบันทึกความทรงจำ
 
      ในความรู้สึกของผม น่าจะมีแต่ช่างภาพมืออาชีพ ที่ภาพถ่ายจะได้รับการตีพิมพ์
 
      สำหรับผม การถ่ายภาพเพื่อการทำไกด์บุ๊ค จะมีหลายวัตถุประสงค์ ถ่ายเพื่อเก็บข้อมูลบ้าง เช่นถ่ายภาพป้ายหรือข้อความที่อธิบายจุดท่องเที่ยวแทนการจด (ซึ่งกลับมาก็ใช้ประโยชน์น้อยมาก เข้าไปหาข้อมูลในเน็ตอยู่ดี) และที่สำคัญคือ ต้องนำมาลงหนังสือ
 
      ก็มีไกด์บุ๊คที่ไหนไม่มีภาพถ่ายล่ะ
 
      และอย่างที่บอก น่าจะมีแต่ช่างภาพอาชีพ ภาพถ่ายถึงจะได้รับการตีพิมพ์... ผมจึงไม่มั่นใจในฝีมือภาพถ่ายตัวเองเลย สิ่งเดียวที่จะชดเชยได้ก็คือ ถ่ายแม่งให้เยอะที่สุด มุมเดียวกันถ่ายสิบแชะ White balance มีกี่แบบ ใส่ให้หมด ต้องมีสักแชะที่ใช้ได้สิน่า!
 
      ปัญหามันจึงตกมาอยู่ตอนเลือกรูปก่อนส่ง Art Director ของสนพ.
 
      มันนรกมากเลยครับท่านผู้ชม ซึ่งหน้าที่อันหนักหน่วงนี้เอง ที่ผมยกให้แฟนผม---ก้อย เป็นผู้คัดแยก แล้วคัดกรอง
 
      แต่มันก็ยังมหาศาลมาก อะไรที่เกินกว่าเราจะตัดสินใจ ก็โยนทั้งหมดนั่นแหละ (แยกเป็นบทๆ แล้ว) ให้ทางสนพ.เป็นผู้ดำเนินการต่อ
 
      ระหว่างนี้พี่บรรณาธิการบอกผมว่า หาทางดูไหม ติดต่อหน่วยงานราชการดูว่า ขอภาพ official ของเขามาลงหนังสือเราได้ไหม ใส่เครดิตก็ได้ เพราะมันโปรโมตการท่องเที่ยวบ้านเขานะ ผมไปถึงไทเปก็ดั้นด้นค้นหาครับ เมื่อผ่านเพื่อนฝูงเข้าหาสนพ. ภาพบ้างติดลิขสิทธิ์ นอกนั้นก็ต้องซื้อ... - -' และเมื่อเข้าหาหน่วยงานราชการ หลังจากโทร.ไปจนเจอแผนกที่เกี่ยวข้อง คำตอบที่ได้คือ ถ้าภาพนำไปลงแล้วมีการซื้อขาย ให้ไม่ได้...
 
      ไกด์บุ๊คก็ต้องขายดิ -*-
 
     ความหวังว่าจะได้ภาพโปรๆ หมดไป มุมบางมุมต้องกลับไปถ่ายใหม่ ในการเดินทางเที่ยวก่อนสุดท้าย ผมลงทุนบากหน้าไปซื้อเลนส์ไวด์ ให้คนขายประนามเล่นในใจว่ารูรับแสงยังไม่รู้จักแล้วจะเล่นเลนส์ไวด์ ถ่ายเลนส์คิตให้เก่งก่อนเหอะ... พร้อมด้วยขาตั้งกล้องขนาดพอใช้งานได้ แล้ววันรุ่งขึ้นก็บินไปถ่ายมาเลย
 
      อย่างที่บอกว่าหนังสือเล่มนี้ใช้เวลารวบรวมถึงสามปี ภาพถ่ายบางส่วนมาจากกล้องง่อยๆ ตัวแรกของผม (Fuji Finepix S5600) ซึ่งตอนนี้เปิดติดบ้างไม่ติดบ้างแล้ว กับ Nikon D90 ของแฟน (ที่ผมซื้อเลนส์ฟิกซ์จากเพื่อนและเลนส์ไวด์มาเพิ่ม) และเสริมด้วยภาพจากกล้อง Cannon ตัวกะเปี๊ยกของแฟน ที่เธอถ่ายเก็บไว้สมัยไปเรียนที่นั่นเมื่อปีที่แล้วอีกจำนวนหนึ่ง
 
      บวกฝีมือของอาร์ตไดฯ แห่งสำนักอะบุ๊ก
 
      กระดาษขาวๆ กับตัวหนังสือดำๆ ก็มีสีสันขึ้นมาถนัดตา
 
 
 
      เรียนตามตรงว่า ครั้งแรกที่ตรวจปรู๊ฟที่ปรินท์ออกมา เห็นภาพถ่ายที่ถ่ายมากับมือถูกพิมพ์ลงบนกระดาษ (ซึ่งจะกลายมาเป็นหน้าหนังสือ) มันตื่นเต้นกว่าเห็นตัวหนังสือของตัวเองอีก เปิดฟรึ่บๆๆๆ ดูแต่รูป ว่ารูปไหนบ้างที่เข้าตาอาร์ตไดฯ แล้วได้ "ไปต่อ"
 
      ฟิน!
 
      ตอนหน้าจะพูดถึงเรื่องภาพวาดประกอบในเล่มนะครับ
 
 
.
.
.
.
 
จื้อไจ้ไทเป ชิลล์ไปในไทเป
 
 
เตรียมพบกันครั้งแรกที่งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติครั้งที่ 17
ระหว่างวันที่ 18 ตุลาคม ถึง 28 ตุลาคม
บูท K10 โซนเพลนนารี่ฮอลล์
 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot!

#2 By dp on 2012-10-17 01:56

ข้างในสมเป็นไกด์บุ๊กจริงๆ ครับพี่big smile big smile big smile big smile big smile big smile