คาดว่าด้วยกระแสของออสการ์ ทำให้บทความที่เกี่ยวข้องถูกขุดขึ้นมาแชร์ใหม่ดั่งดอกเห็ด จนกระทั่งค้นย้อนกลับไป พบว่าต้นฉบับตีพิมพ์ครั้งแรก (มั้ง) ตั้งแต่ปี 2007 และนั่นยิ่งทำให้บทความนี้มีค่าควรแบ่งปัน
 
      ป่วยอยู่หลายวัน ประจวบกับเมื่ออาการดีขึ้น ก็เจอบทความปลุกใจดีๆ อย่างนี้ จึงขออุทิศเวลาตลอดบ่ายของวันใกล้หายป่วยนี้ ให้กับการแปลและบอกต่อ
 
 

คนที่มีความฝันจึงจะได้ถือออสการ์
 
หลี่อาน (อั้งลี่) /เขียน
อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี/ แปล
 
 
      ปี 1978 ตอนที่ผมเตรียมตัวสอบเข้าเรียนคณะศิลปกรรม เอกละครเวทีและภาพยนตร์ของมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ คุณพ่อของผมคัดค้านมาก ท่านบอกข้อมูลผมเรื่องหนึ่ง : ละครบรอดเวย์ของอเมริกา ทุกๆ ปีจะมีตัวละครสองร้อยตัว แต่กลับมีคนแย่งชิงตำแหน่งตัวละครที่มีน้อยจนน่าสงสารนี้ถึงห้าหมื่นคน ตอนนั้นผมดื้อรั้นไม่ฟังใคร ตัดสินใจขึ้นเครื่องบินตรงไปอเมริกา ความสัมพันธ์ของผมกับคุณพ่อแย่ลงตั้งแต่นั้น ตลอดระยะเวลายี่สิบปี เราคุยกันไม่ถึงหนึ่งร้อยคำ

      แต่ว่า จนกระทั่งผมเรียนจบคณะภาพยนตร์ ในที่สุดผมก็เข้าใจความกังวลของคุณพ่อ ในวงการภาพยนตร์อเมริกา ชาวจีนที่ไม่มีภูมิหลังใดๆ คิดจะสร้างชื่อเสียง เป็นเรื่องง่ายซะที่ไหน เริ่มต้นจากปี 1983 ผมผจญกับช่วงเวลาแห่งการรอคอยที่ยาวนานและไร้ความหวัง เวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการช่วยงานกองถ่ายตรวจดูอุปกรณ์ ช่วยงานตัดต่อ ทำงานจุกจิกทั่วไปภายในกอง ประสบการณ์ที่เจ็บปวดที่สุดคือ เคยถือบทภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง เดินสายเข้าหาบริษัทสามสิบกว่าแห่งในเวลาสองอาทิตย์ และถูกปฏิเสธดูแคลนทุกครั้ง

      ตอนนั้นอายุของผมจะสามสิบแล้ว คนโบราณบอกว่า "สามสิบให้ตั้งตัว" แต่ผมแม้กระทั่งเลี้ยงตัวเองยังทำไม่ได้ ควรทำอย่างไรดี ควรรอต่อไป หรือยอมทอดทิ้งความฝันด้านภาพยนตร์ในใจเสีย โชคดีที่ภรรยาของผม ได้ให้กำลังใจผมอย่างทันท่วงที

      ภรรยาผมเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของผม แต่เธอเรียนด้านชีววิทยา หลังเรียนจบก็ทำงานเป็นพนักงานวิจัยยาของสถาบันเล็กๆ แห่งหนึ่ง ได้เงินเดือนน้อยอย่างน่าสงสาร ตอนนั้นเรามีลูกชายคนโตหลี่หานด้วยกันแล้ว เพื่อลดทอนความรู้สึกผิดในใจ ทุกๆ วันนอกจากการอ่านหนังสือ ดูหนัง เขียนบทแล้ว ผมจะรับหน้าที่ทำงานบ้านทุกอย่าง รับผิดชอบทั้งจ่ายตลาดทำอาหาร เลี้ยงลูก ดูแลบ้านช่องให้สะอาดเอี่ยม ยังจำได้ว่าในตอนนั้น ทุกเย็นหลังทำอาหารเย็นเสร็จ ผมจะนั่งที่ประตูบ้านกับลูกชาย เล่านิทานให้เขาฟัง พลางรอ "คุณแม่นักล่าผู้กล้าหาญนำเหยื่อ (ค่าครองชีพ) กลับมาบ้าน"

      สำหรับผู้ชายคนหนึ่ง การใช้ชีวิตเช่นนี้เป็นเรื่องเสียศักดิ์ศรีอย่างมาก มีอยู่ช่วงหนึ่ง พ่อตาแม่ยายให้เงินภรรยาผมก้อนหนึ่ง ฝากมาให้ผมนำไปเปิดร้านอาหารจีนสักร้านเพื่อเลี้ยงปากท้อง แต่ภรรยาของผมปฏิเสธแล้วคืนเงินท่านไป เมื่อผมรู้เรื่องนี้ ผมคิดทบทวนอยู่หลายคืน ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจว่า : บางทีความฝันด้านภาพยนตร์ ชาตินี้ยังห่างไกลตัวผมมากเกินไป หันหน้ามาเผชิญกับสภาพความจริงเถอะ

      ถัดมา ผมไปที่มหาวิทยาลัยชุมชน เลือกดูอยู่ค่อนวัน สุดท้ายก็ลงสมัครเรียนวิชาคอมพิวเตอร์อย่างปวดใจ ในยุคสมัยที่ค่าครองชีพยึดครองทุกอย่างนั้น ดูเหมือนจะมีเพียงคอมพิวเตอร์เท่านั้น ที่สามารถทำให้ผมเกิดทักษะได้ในเวลาที่สั้นที่สุด ตลอดหลายวันนั้นผมหดหู่มาก ภรรยาเห็นความผิดปกติของผมอย่างรวดเร็ว ด้วยความละเอียดของเธอ เธอพบตารางเรียนในกระเป๋าของผม คืนนั้น เธอไม่พูดอะไรกับผมสักคำ

      วันรุ่งขึ้น ก่อนไปทำงาน เธอกำลังจะขึ้นรถอยู่แล้ว แต่อยู่ๆ เธอก็ยืนที่บันไดแล้วหันมา พูดกับผมทีละคำว่า "อาน อย่าลืมความฝันในใจของคุณ!"

      นาทีนั้น ในใจของผมคล้ายกับเกิดลมพัดขึ้นมา ความฝันที่ใกล้จะจมหายไปด้วยความว้าวุ่นของชีวิต เหมือนกับแสงแดดของเช้าวันนั้น ส่องทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ ภรรยาผมขึ้นรถไปแล้ว ผมหยิบตารางเรียนในกระเป๋าขึ้นมา บรรจงฉีกเป็นชิ้นๆ โยนทิ้งถังขยะหน้าบ้าน

      ต่อมา บทภาพยนตร์ของผมได้รับการสนับสนุนโดยกองทุน ผมเริ่มหยิบกล้องขึ้นมาเอง และต่อมาอีก ภาพยนตร์บางส่วนเริ่มได้รางวัลบนเวทีนานาชาติ ตอนนี้เอง ภรรยาของผมพูดถึงเรื่องเก่าๆ เธอบอกผมว่า
 
      "ฉันเชื่อมาตลอดว่า คนเราขอให้มีความถนัดอย่างเดียวก็พอแล้ว ความถนัดของคุณก็คือการสร้างหนัง คนเรียนคอมพิวเตอร์มีตั้งเยอะแยะ ไม่ใช่จะขาดหลี่อานไปสักคนไม่ได้ซะหน่อย คุณอยากได้ออสการ์ ก็ต้องรับรองให้ได้ว่าในใจของคุณมีความฝัน"
 
      ตอนนี้ ผมได้ออสการ์แล้ว ผมรู้สึกว่าความอดทนของผม ความเสียสละของภรรยา ในที่สุดก็ได้รับสิ่งตอบแทน ขณะเดียวกันก็ทำให้ผมรู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้น ว่าจะเดินไปบนเส้นทางแห่งภาพยนตร์เส้นนี้ต่อไป

      เพราะว่าในใจของผม มีความฝันเรื่องภาพยนตร์เสมอมา
 
 
      ตีพิมพ์ในนิตยสาร "ตู๋เจ่อ" ฉบับที่ 03/ ปี 2007 (หน้า 55)

 
 
เฟดเอาท์/ ดนตรีขึ้น
บนทางเดิน แห่งความฝันนี้ อาจไม่มีพรมแดงปูทาง....
 
 
ว่าแต่ ความฝันของเราล่ะ คืออะไร
 
 
 
หลี่อาน (อั้งลี่) และคุณหลินฮุ่ยเจียภรรยา
 
 
 
 
      อนึ่ง "อาน อย่าลืมความฝันในใจของคุณ! (安,要记得你心里的梦想!)" เป็นวรรคทองสุดคลาสสิกที่มียอดผลการค้นหาในในกูเกิล สูงถึงหกล้านกว่ารายการเลยทีเดียว
 
 
 
 
《有梦想的人才能举起奥斯卡》文/李安

     1978年,当我准备报考美国伊利诺大学的戏剧电影系时,父亲十分反感,他给我举了一个数字:在美国百老汇,每年只有200个角,但却有50000人要一起争夺这少得可怜的角色。当时我一意孤行,决意登上了去美国的班机,父亲和我间的关系从此恶化,近二十年间和我的话不超过100句!

     但是,等我几年后从电影学院毕业后,我终于明白了父亲的苦心所在。在美国电影界,一个没有任何背景的华人要想混出名堂来,谈何容易!从1983年起,我经过了6年多的漫长而无望的等待,大多数时候都是帮剧组看看器材、做点剪辑助理、剧务这类的杂事。最痛苦的经历是,曾经拿着一个剧本,两个星期跑了三十多家公司,一交次面对别人的白眼和拒绝。

     这样的奔波毕竟还有希望,最怕的是拿着一个剧本,别人说可以,然后这里改、那里改,改完了等投资人的意见,意见出来了再改,再等待,可最终还是石沉大海,没了消息。

     那时候,我已经将近30岁了。古人说:三十而立。而我连自己的生活都还没法自立,怎么办?继续等待,还是就引放弃心中的电影梦?幸好,我的妻子给了我最及时的鼓励。

     妻子是我的大学同学,但她是学生物学的,毕业后她就在地一家小研究室做药物研究员,薪水少得可怜。那时候我们已经有了大儿子李涵,为了缓解内心的愧疚,我每天除了在家里读书、看电影、写剧本外,还包揽了所有家务,负责买菜做饭带孩子,将家里收拾得干干净净。还记得那时候,每天傍晚做完晚饭后,我就和儿子在门口,一边讲故事给他听,一边等待“英勇的猎人妈妈带着猎物(生活费)回家”。

     这样的生活对一个男人来说,是很伤自尊心的。有段时间,岳父母让妻子给我一笔钱,让我拿去开个中餐馆,也好养家糊口,但好强的妻子拒绝了,把钱还给了老人家。我知道了这件事后,辗转反侧想了好几个晚上,终于下定了决心,也许这辈子电影梦都离我太远了,还是面对现实吧!

     后来,我去了社区大学,看了半天,最后心酸地报了一门电脑课。在那个生活压倒一切的年代里,似乎只有电脑可以在最短时间内让我有一技之长了。那几天我一直萎靡不振,妻子很快就发现了我的反常,细心的她发现了我包里的课程表。那晚,她一宿没和我说话。

     第二天,去上班之前,她快上车了,突然,她站在台阶下转过身来,一字一句地告诉我:“安,要记得你心里的梦想!”

     那一刻,我心里像突然起了一阵风,那些快要淹没在庸碌生活里的梦想,像那个早上的阳光,一直直射进的心底。妻子上车走了,我拿出袋里的课程表,慢慢地撕成碎片,丢进了门口的垃圾筒。

     后来,我的剧本得到基金会的赞助,开始自己拿起了摄像机,再到后来,一些电影开始在国际上获奖。这个时候,妻子重提旧事,她才告诉我:“我一直就相信,人只要有一项长处就足够了,你的长处就是拍电影。学电脑的人那么多,又不差你李安一个!你要想拿到拿到奥斯卡的小金人,就一定要保证心里的梦想。”

     如今,我終於拿到了小金人。我覺得自己的忍耐、妻子的付出終於得到了回報,同時也讓我更加堅定,一定要在電影這條路上一直走下去。因为,我心里永远有一个关于电影的梦。

     本文摘自《读者》2007年第03期P55

Comment

Comment:

Tweet

ไปใช้กับชีวิตจิงก้อได้นะคะเนี่ย
บาคาร่า
บาคาร่าออนไลน์

#18 By หวาน (180.183.67.29|180.183.67.29) on 2015-05-23 01:26

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ
ที่ทำให้ได้เห็นรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน
ขอบคุณค่ะquestion question question question question

#17 By dora on 2013-05-03 13:38

ประทับใจสุดๆเลยค้าาาา

#16 By venenatis on 2013-05-03 09:44

It's a really good article.
This article is very useful.

#15 By lola on 2013-05-02 15:50

แปลมาได้ดีมากค่ะ
ซึ้งดี ได้ข้อคิดด้วย

#14 By egestas on 2013-05-01 14:22

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ค่ะ

#13 By woodward on 2013-05-01 11:54

ประทับใจมาก ๆ

#12 By clark on 2013-04-30 15:36

เจ๋งมากค่ะ
ชีวิตคนเราต้องสู้จริงๆ
เราต้องเป็นคนสร้างโอกาสขึ้นมาเอง Hot!

#11 By polyploy. on 2013-03-09 12:21

Hot! Hot!

#10 By ไทดี้ on 2013-03-08 22:58

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ครับ

#9 By Am (103.7.57.18|115.67.162.140) on 2013-03-02 20:54

Hot! Hot! Hot!
ประทับใจจังเลยค่ะ
เราเองก็ต้องไม่ลืมความฝันในใจเหมือนกันเนอะ ^^
ขอบคุณมากๆเลยที่แปลให้อ่านค่ะ

#8 By HeDw!g on 2013-03-02 18:52

นอกจากสวรรค์จะประทานความถนัดในการสร้างภาพยนตร์ให้กับเขาแล้ว ยังให้โชคลาภในการเลือกคู่ครองที่ดีด้วยค่ะ 

#7 By EGUANAฟ้าประทาน on 2013-03-01 22:37

  ซึ้ง ประทับใจมากกกกกกกกกกก Hot! Hot! Hot! Hot!

#6 By NhonNhoi on 2013-03-01 14:12

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#5 By aaax on 2013-03-01 13:24

big smile

#4 By dp on 2013-02-27 00:15

ขอแชร์บนเฟซบุคนะคะ :D

#3 By natcha on 2013-02-26 17:05

อ่านแล้วน้ำตาไหลขึ้นมาจริงๆเลยค่ะ
ขอบคุณมากที่นำมาแบ่งปันกันนะคะ

#2 By natcha on 2013-02-26 17:04

ขอบคุณที่แปลบทความดีๆมาให้อ่านนะคะ ประทับใจมากๆเลย big smile Hot!

#1 By lizardgirl on 2013-02-26 16:12